ไลฟ์สไตล์

ยูเนสโกจี้ทั่วโลกอุ้มเด็กด้อยโอกาส72ล้านคน

ยูเนสโกจี้ทั่วโลกอุ้มเด็กด้อยโอกาส72ล้านคน

25 ก.พ. 2553

ยูเนสโกประกาศปฏิญญาแอดดิส อบาบา จี้ทั่วโลกเร่งมือช่วยเด็กด้อยโอกาส เด็กชายขอบ 72 ล้านคนทั่วโลกเข้าถึงการศึกษา เพื่อบรรลุเป้าหมายการจัดการศึกษาเพื่อปวงชนให้ครอบคลุมทุกคนภายในปี 2015 “ชินวรณ์” ฟิตจัดหลังกลับจากประชุมเตรียมรายงาน ครม. พร้อมสำรวจตัวเลขเด็กด้อ

 เมื่อวันที่ 25 ก.พ.2553  นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังร่วมการประชุมระดับสูงด้านการศึกษาเพื่อปวงชนครั้งที่ 9 ของยูเนสโก ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 22-26 ก.พ. ที่กรุงแอดดิส อบาบา ประเทศเอธิโอเปีย มีประเทศได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุมประมาณ 46 ประเทศ โดยประเทศที่ร่วมประชุมส่วนใหญ่เป็นประเทศที่ประสบปัญหาในการดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายการศึกษาเพื่อปวงชน เช่น

ประเทศทีมีพลเมืองเยอะหรือมีอัตราการไม่รู้หนังสือสูง และประเทศผู้บริจาค ส่วนประเทศไทยได้เข้าร่วมให้เข้าร่วมประชุมด้วยในฐานะที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับสูงด้านการศึกษาเพื่อปวงชน ครั้งที่ 10 ต่อจากประเทศเอธิโอเปีย พร้อมกันนี้ได้ร่วมหารือเป็นการส่วนตัวกับ Mrs.IRINA BOKOVA ผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก ว่า ทางยูเนสโก ได้ขอความร่วมมือจากทุกประเทศให้เร่งเดินหน้าขยายโอกาสทางการศึกษาให้ทั่วถึง และครอบคลุมเด็กทุกกลุ่ม เนื่องจากขณะนี้ใกล้ถึงกำหนดเส้นตายในการบรรลุเป้าหมายการจัดการศึกษาเพื่อปวงชนไปทุกทีแล้ว

 ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ในปี 1990 ยูเนสโกและประเทศทั่วโลกได้ร่วมกันประกาศปฏิญญาจอมเทียน กำหนดเป้าหมายให้เด็กทั่วโลกทุกคนได้เข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานภายในปี 2015 ซึ่งเหลือเวลาอีก 5 ปีนับจากนี้ แต่ปัจจุบันยังมีเด็กอีกจำนวนมากยังเข้าไม่ถึงโอกาสทางการศึกษา โดยเฉพาะเด็กด้อยโอกาส เด็กชายขอบทั้งในเมืองและชนบท เด็กด้อยโอกาสเพราะความเชื่อทางศาสนาทั่วโลก ประมาณ 72 ล้านคน

 “เมื่อเสร็จสิ้นการประชุมได้มีการประกาศปฏิญญาแอดดิส อบาบา เรียกร้องให้ทุกประเทศให้การดูแลเด็กด้อยโอกาส เด็กชายขอบขอให้ทุกประเทศทำฐานข้อมูลอย่างละเอียดเกี่ยวกับเด็กกลุ่มนี้ ซึ่งในส่วนของประเทศไทยจะมอบให้ สพฐ. ไปจัดทำข้อมูลเด็กกลุ่มนี้อย่างละเอียดทั้งเด็กในพื้นที่ชายแดน เด็กออกกลางคัน เด็กย้ายถิ่นตามผู้ปกครองไปทำงาน เด็กผู้ติดเชื้อเอดส์ที่ปัจจุบันมีข้อมูลไม่ชัดเจน นอกจากนั้นจะให้ปลัด ศธ. ไปต่อยอดโครงการดูแลเด็กจำนวน 2,000 ล้านบาท เพื่อดูแลเด็กในโรงเรียนกินนอนเพื่อจะให้ของบประมาณปี 2554 มาดำเนินการเพิ่มเติม”นายชินวรณ์ กล่าว

 รมว.ศธ.กล่าวอีกว่า ยูเนสโก อยากให้ทุกประเทศแสดงเจตนารมณ์ทางการเมืองที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษา เพราะถ้าการเมืองไม่ให้ความสำคัญ การจัดการศึกษาเพื่อปวงชนจะสำเร็จได้ยาก นอกจากนั้นยังขอให้ประเทศสมาชิกไม่ตัดงบทางการศึกษาเพราะภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ เพราะในปัจจุบันซึ่งทั่วโลกต้องเผชิญกับภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ มาตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมาหลายประเทศตัดลดงบประมาณด้านการศึกษาเพื่อให้ประเทศผ่านวิกฤติไปได้ แต่สำหรับประเทศไทยไม่ได้ลดงบประมาณด้านการศึกษา และมีนโยบายหลักด้านการศึกษาที่สอดคล้องกับการศึกษาเพื่อปวงชน อย่างไรก็ตาม ผอ.การใหญ่ยูเนสโก บอกกับตนด้วยว่า ก่อนหน้าได้นำเรื่องการศึกษาเพื่อปวงชนหารือกันเลขาธิการสหประชาชาติ ซึ่งเลขาธิการสหประชาชาติด ได้รับปากที่จะนำเรื่องนี้เข้าหรือในที่ประชุมผู้นำระดับสูง ของกลุ่มประเทศ G20 ในเดือน ก.ย.นี้

 นายชินวรณ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนประเทศไทยมีนโยบายหลักด้านการศึกษาของไทย ที่สอดคล้องกับการศึกษาเพื่อปวงชนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโครงการเรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพ โรงเรียนดีประจำตำบล โครงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ราคาถูก โครงการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต

 “เป้าหมายของไทย จะพยายามทำให้อัตราผู้ไม่รู้หนังสือร้อยละ 5 หมดไปซึ่งในจำนวนนี้มีเด็กด้อยโอกาส เด็กชายขอบและเด็กพิการ ที่รัฐบาลก็มีนโยบายจะดูแลเด็กกลุ่มดังกล่าวเป็นพิเศษอยู่แล้ว ทั้งนี้ ตนจะนำผลการประชุมระดับสูงด้านการศึกษาเพื่อปวงชนครั้งที่ 9 รายงานต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้ ครม.ทราบและร่วมผลักดันสนับสนุนงบประมาณ เพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายของยูเนสโกได้ ทั้งนี้ ผมได้ยืนยันกับ ผอ.ใหญ่ยูเนสโกด้วยว่าเราพร้อมสำหรับการจัดประชุมครั้งที่ 10 ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ”รมว.ศธ. กล่าว