ไลฟ์สไตล์

ชินวรณ์เล็งสั่งปิดม.ห้องแถวกว่าร้อยแห่งทั่วปท.

ชินวรณ์เล็งสั่งปิดม.ห้องแถวกว่าร้อยแห่งทั่วปท.

25 ก.พ. 2553

ม.ราชธานียอมรับคัดเด็กเข้าเรียนพยาบาลเกินมาจริง อ้างอำนาจหน้าที่ของมหาวิทยาลัย สกอ.โต้อธิการบดีทำไม่ถูกต้อง เล็งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ เอาผิดทางวินัย-อาญา ประสานมรภ.อุบลราชธานีรับเด็กเข้าเรียน

 เมื่อวันที่ 25 ก.พ.2553  เวลา 17.00 น. รศ.นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยภายหลังเข้าพบอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชสีมา จ.อุบลราชธานี กรณีที่มีนักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ ชั้นปี 1 ม.ราชธานี เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ เนื่องจากถูกหลอกให้เข้าศึกษาต่อในคณะพยาบาลศาสตร์ แต่เมื่อเข้าเรียนจริงกลับได้เรียนในคณะศิลปศาสตร์ (การพยาบาล) ว่าอธิการบดีชี้แจ้งว่าการรับสมัครนักศึกษาเข้าเรียนในคณะพยาบาลศาสตร์นั้น จะรับผ่านระบบแอดมิชชั่นส์กลาง  80 คน แต่มีนักศึกษาที่ผ่านมาเข้ามาเรียนเพียง 39 คน ทำให้ทางมหาวิทยาลัยเปิดรับตรงอีก 200 กว่าคน และเมื่อรับนักศึกษาเข้ามาเรียนแล้วนั้น ทางมหาวิทยาลัยได้ประกาศแจ้งให้นักศึกษารับทราบในวันปฐมนิเทศนักศึกษาแล้วว่า นักศึกษากลุ่มที่รับตรงเข้ามานั้น ต้องเรียนในคณะศิลปกรรมศาสตร์(การพยาบาล) และเมื่อขึ้นปีที่ 2 จะได้เรียนในคณะพยาบาลศาสตร์ ซึ่งในการเรียนการสอนนั้น ทางมหาวิทยาลัยจัดหลักสูตรรายวิชาพยาบาลเบื้องต้นให้นักศึกษา

 รองเลขาธิการกกอ. กล่าวอีกว่า ส่วนการเปิดรับนักศึกษาที่รับเกิดจำนวนตามสภาวิชาการพยาบาลกำหนดนั้น ทางมหาวิทยาลัยบอกว่า รู้ว่ารับเกิน แต่อ้างว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของมหาวิทยาลัยที่สามารถเปิดรับนักศึกษาจำนวนเท่าไหร่ และทำอย่างไรในการจัดรูปแบบการศึกษาก็ได้ สำหรับแนวทางในการช่วยเหลือเยียวยานักศึกษา ทางมหาวิทยาลัยมีวิธีการดำเนินการเอง โดยหากนักศึกษาคนใดที่ต้องการเรียนในคณะศิลปกรรมศาสตร์  หรือเรียนคณะอื่น ทางมหาวิทยาลัยก็จะเทียบโอนให้นักศึกษาได้เรียน แต่หากนักศึกษาคนใดอยากเรียนคณะพยาบาลศาสตร์ ทางมหาวิทยาลัยจะเปิดโอกาสให้นักศึกษากลุ่มที่ได้รับความเดือนร้อน และมีคุณสมบัติครบ สอบคัดเลือกเพื่อให้ครบตามจำนวนที่ทางสภาการพยาบาลกำหนด คือ 80 คน ส่วนคนที่สอบไม่ได้ หรืออยากไปเรียนที่อื่น ทางมหาวิทยาลัยจะจัดการค่าใช้จ่ายให้ แต่ทางมหาวิทยาลัยคงไม่ได้ประสานหาที่เรียนแก่เด็ก

 “ผมพยายามชี้แจ้งต่ออธิการบดี แล้วว่าการจัดการศึกษาอย่างนี้ ไม่ได้มาตรฐาน เพราะเด็กที่เข้ามาเรียนควรได้เรียนหลักสูตรที่ผ่านการรับรอง และเรียนในสิ่งที่เขาอยากเรียน อย่างกรณีนี้เด็กทุกคนอยากเรียนพยาบาล และหากเขาไม่ได้เรียน ทางมหาวิทยาลัยต้องช่วยเหลือเขา แต่ทางอธิการบดี ก็ยืนยันว่าจะช่วยเหลือตามวิธีการของมหาวิทยาลัย และในการจัดการเรียนการสอน การรับนักศึกษาปี 2553 ตามที่สภาการพยาบาลสั่งห้ามรับนั้น มหาวิทยาลัยก็ไม่รับปาก และอ้างว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของมหาวิทยาลัยที่จะดำเนินการอย่างไรก็ได้ ซึ่งตรงนี้ผมมองว่าทางมหาวิทยาลัยทำไม่ถูกต้อง”รศ.นพ.กำจร กล่าว

 รองเลขาธิการกกอ. กล่าวด้วยว่า หลังจากเข้าพบอธิการบดีแล้วนั้น ทางสกอ.ได้แจ้งให้นักศึกษา 100 กว่าคน ที่รอฟังคำตอบรออยู่ ว่าทางสกอ.จะช่วยเหลือเยียวยาหาที่เรียนให้เต็มที่ แต่สำหรับนักศึกษาที่ต้องการเรียนคณะพยาบาลศาสตร์ ทางสกอ.ไม่สามารถช่วยเหลือได้จริงๆ เพราะตั้งแต่วิธีเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยก็ผิดแล้ว ซึ่งนักศึกษาก็รับทราบ และบางคนก็ยืนยันว่าพวกเขาพยายามร้องเรียนไปยังหน่วยงานของกระทรวงศึกษาธิการหลายครั้งแล้ว แต่ทางมหาวิทยาลัยบอกว่าจะจัดการให้ถูกต้อง แต่สุดท้ายใกล้จะจบชั้นปีที่ 1 ทางมหาวิทยาลัยก็ยังไม่ดำเนินการเทียบโอนไปเรียนคณะพยาบาลศาสตร์ให้

 "ผมได้ประสานไปยังมหาวิทยาลัยราชภัฎ(มรภ.)อุบลราชธานี เพื่อให้ช่วยเหลือเยียวยานักศึกษาที่ไม่ต้องการเรียนที่ม.ราชธานี ซึ่งทางมรภ.อุบลราชธานี ยินดีช่วยเหลือนักศึกษา  อย่างไรก็ตาม จะสรุปข้อเท็จจริงทั้งหมด เพื่อรายงานรมช.ศึกษาธิการต่อไป ส่วนการดำเนินการเอาผิดอธิการบดี และมหาวิทยาลัยนั้น เรื่องนี้คงต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบว่าจะสามารถดำเนินการทางวินัยและอาญาได้อย่างไรบ้าง เพราะหากมหาวิทยาลัยรู้และยังดำเนินการ อาจเข้าข่ายหลอกลวงนักศึกษาได้"รศ.นพ.กำจร กล่าว

ชินวรณ์เล็งสั่งปิดม.ห้องแถวกว่าร้อยแห่งทั่วปท.

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงการแก้ไขปัญหากรณีที่นักศึกษามหาวิทยาลัยราชธานี จ.อุบลราชธานี ร้องเรียนให้นายกรัฐมนตรีแก้ปัญหากรณีมหาวิทยาลัยเปิดหลักสูตรพยาบาลให้เรียนเกินโควตาที่รับสอนได้ว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยสั่งปิดมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมาที่มีเหตุการณ์ลักษณะเดียวกัน คือเปิดหลักสูตร ทั้งที่รู้ว่าไม่มีศักยภาพเพียงพอ

นอกจากนี้ยังสั่งให้ดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญา เพื่อไม่ให้เอาเป็นเยี่ยงอย่าง แม้จะมีการขอร้องกันเพราะเจ้าของเป็นอดีตส.ว.ก็ตาม แต่ตนไม่สนใจเพราะถือว่าหากินกับเด็กๆ โดยหวังค่าเล่าเรียนเท่านั้น ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบมหาวิทยาลัยที่มีลักษณะเช่นนี้คือไปเช่าอาคารพาณิชย์ แล้วเปิดสอนบางสาขาที่คนนิยมมาก อย่างพยาบาล ซึ่งพบว่ามีนับร้อยแห่งทั่วประเทศ ซึ่งท้ายสุดผลเสียก็ตกอยู่กับนักศึกษาที่จบการศึกษาไป เพราะบางสาขาต้องมีใบประกอบวิชาชีพ แต่มหาวิทยาลัยเหล่านั้นไม่มี