ไลฟ์สไตล์

"ชัยวุฒิ"พร้อมรับคำวิจารณ์-เล็งจัดทำข้อสอบโอเน็ตใหม่

"ชัยวุฒิ"พร้อมรับคำวิจารณ์-เล็งจัดทำข้อสอบโอเน็ตใหม่

25 ก.พ. 2553

"ชัยวุฒิ"พร้อมรับคำวิพากษ์วิจารณ์แทนสทศ. หวังนำไปอุดช่องโหว่ ทำให้ข้อสอบโอเน็ตมีมาตรฐานมากขึ้น ส่วนการปรับข้อสอบเน้นวัดความรู้เด็กเป็นสำคัญ ย้ำการเรียนการสอบต้องปรับตัวสอนทั้งแง่บวกและลบ เวลาเด็กมีปัญหาจะได้ตั้งรับกับสถานการณ์ได้ทัน

 เมื่อวันที่ 25 ก.พ.2553  นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีนักเรียนชั้นม.6 ร้องผ่านสื่อว่าสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(สทศ.)ปรับรูปแบบข้อสอบการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน(โอเน็ต)เป็น 2 รูปแบบโดยแจ้งล่วงหน้าเพียง 1 เดือนและกรณีที่ผู้ปกครองร้องเรียนว่าคำถามในข้อสอบของเด็กป.6 มีความล่อแหลมเกินไป ว่า จากที่ได้รับรายงานจากศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน ผอ.สทศ. พบว่ากรณีที่ผู้ปกครองร้องเรียนเรื่องข้อสอบมีความล่อแหลมมากเกินไป ทางสทศ.ยืนยันว่าข้อสอบทั้งหมดออกตามเนื้อหาที่สอนทุกวิชา แต่ที่เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นมาคงเป็นเพราะผู้ปกครอง หยิบบางส่วนของข้อสอบมาดู ไม่ได้ดูทั้งหมด จึงทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ แต่จากที่ตนเองตรวจสนามสอบโอเน็ตที่ผ่านมา สอบถามเด็กว่าข้อสอบยากเกินไปหรือไม่ บางคนก็บอกว่าเข้าใจดีแต่บางคนก็บอกว่ายาก

 รมช.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีการเปลี่ยนรูปแบบข้อสอบจากเลือกตอบ 1 ใน 4 ตัวเลือกเป็นเลือกหลายตัวเลือก หลายคำตอบ เพื่อให้การวัดผลแม่นยำขึ้น และการเดาถูกลดลง เพราะการเลือกตอบ 1 ใน 4 ตัวเลือก ทำให้เด็กมีโอกาสเดาถูก 25% แต่หากเปลี่ยนมาเป็นหลายตัวเลือกโอกาสที่เด็กจะเดาถูกเหลือเพียง 10% เท่านั้น ทำให้เด็กที่สอบต้องมีความแม่นยำเรื่องความรู้มากขึ้น อีกทั้งสทศ.ไม่ได้เปลี่ยนรูปทั้งหมดทันที โดยปีนี้เป็นปีแรกเปลี่ยนเพียง 30% ของคะแนนเต็ม และบางวิชาเท่านั้น

 “ทุกความเห็นที่สะท้อนมาสทศ.จะรับฟัง เพื่อปิดช่องโหว่และทำให้การสอบได้มาตรฐานมากที่สุด แต่โดยหลักการบางครั้งเด็กอาจจะยกตัวอย่างข้อสอบมาไม่ทั้งหมด ซึ่งบางคำถามซึ่งเป็นคำถามที่ถามความรู้สึก แต่ความจริงแล้วเรื่องทั้งหมดที่ถามจะอยู่ในข้อสอบจะมีในเนื้อหาวิชาที่เด็กเรียนอยู่แล้วและคงไม่มีผู้ออกข้อสอบคนไหนที่อยากออกข้อที่เป็นลบ อาทิเรื่องเพศซึ่งเมื่อก่อนต้องงยอมรับว่าเราไม่ยอมพูดถึงเลย แต้ขณะนี้สังคมปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปดังนั้นการเรียนการสอบจึงต้องปรับตัวสอนทั้งแง่บวกและลบ เผื่อว่าเวลาที่เขามีปัญหาเกิดขึ้นจะได้ตั้งรับกับสถานการณ์ได้ทัน”นายชัยวุฒิ กล่าว

 รมช.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า  กรณีการปรับข้อสอบ สทศ.คงต้องปรับปรุงเรื่องการประชาสัมพันธ์เพิ่มขึ้น เพื่อให้ข่าวสารเข้าถึงตัวเด็กมากที่สุดโดยที่ผ่านมา ยอมรับว่ามีปัญหาเรื่องงานประชาสัมพันธ์ เพราะเด็กมีจำนวนหลายแสนคน และช่วงนี้เป็นช่วงรอยต่อ อาจมีปัญหาเกิดขึ้นบ้าง แต่ขอยืนยันว่าสิ่งที่สทศ.ทำพยายามใช้หลักอ้างอิงทั้งจากอดีตและปัจจุบัน ไม่ใช่การปรับเปลี่ยนโดยไม่มีหลักการ