
วธ.เล็งตั้งกรมภาพยนตร์เพิ่มศักยภาพอุตสาหกรรม
เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2553 ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) เปิดเผยว่า ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับงานด้านภาพยนตร์ทั้งในส่วนของวธ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(กพร.)สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย(สศร.)
สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ สมาคมผู้บริหารการผลิตภาพยนตร์ต่างประเทศ มาประชุมหารือเกี่ยวกับ การจัดตั้งกรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ซึ่งที่ประชุม เห็นด้วย กับการจัดตั้งกรมดังกล่าว เนื่องจากที่ผ่านมาการทำงานด้านภาพยนตร์และวีดิทัศน์ อยู่กระจัดกระจายตามหน่วยงานต่างๆ เช่น สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ(สวช.)ดูแลด้านการตรวจพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ สศร.ดูแลเรื่องการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เป็นต้น ซึ่งเมื่อผู้ประกอบการติดต่อประสานงานจึงเกิดความสับสน หากมีกรมและรวมหน่วยงานเข้าด้วยกันจะทำให้การประสานงานหรือส่งเสริมงาน-ภาพยนตร์คล่องตัวมากขึ้น
ศ.ดร.อภินันท์ กล่าวอีกว่า วธ.ได้จัดทำร่างโครงสร้างของกรมภาพยนตร์ฯขึ้นมาแล้ว ประกอบด้วย อธิบดีกรม รองอธิบดีกรม 2 ตำแหน่ง และแบ่งหน่วยงานภายในออกเป็น 6 ส่วน ดังนี้ กองกลาง กองกฎหมาย สำนักกิจการภาพยนตร์ต่างประเทศ สำนักทะเบียนและมาตรฐานสถานประกอบการ สำนักพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ และสำนักส่งเสริมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ โดยภายในกรมมีผู้ทรงคุณวุฒิ 2 คณะ ประกอบด้วย คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ และคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ทั้งนี้กรมภาพยนตร์จะขึ้นตรงกับกระทรวงวัฒนธรรม และคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ
“ในช่วงที่รัฐบาลสั่งการให้งดการขยายหน่วยงานต่างๆไปจนถึง เดือนกันยายน 2553 เราจะใช้ช่วงเวลานี้ในการหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดถึงการตั้งกรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ เพราะบางหน่วยงานอยู่ในการดูแลของกระทรวงอื่นๆ เช่น การพิจารณาการขอสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ของต่างประเทศ อยู่ในการดูแลของสำนักพัฒนาการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งจะต้องปรับเป็นสำนักกิจการภาพยนตร์ต่างประเทศ เป็นต้น ในขณะเดียวกันเราจะต้องดูแลการปรับปรุงแก้ไขพ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ พ.ศ.2551 เกี่ยวกับการตั้งกรมดังกล่าวด้วย ซึ่งคาดว่า จะต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร อย่างน้อย 1 ปี โดยเฉพาะโครงสร้างของกรม”รองปลัดวธ.กล่าว



