
มรช.จับมือ6ม.ดังไทย-ลาว-จีน-ฮ่องกงฟื้นภาษาเผ่า
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย จับมือสถาบันการศึกษาชื่อดังจาก ลาว จีน ฮ่องกงและไทย กว่า 6 แห่ง หวังแลกเปลี่ยนหาแนวทางของภาษาชนกลุ่มน้อย อย่าง ภาษาอาข่าและภาษาลาหู่ หรือ มูเซอ เพื่อพัฒนาภาษาดังกล่าวและนำมาปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อต่อวงการด้านวิชาภาษาศาสตร์
(25ก.พ.) ผศ.ดร.มานพ ภาษิตวิไลธรรม อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำจากประเทศ จีน ลาว ฮ่องกงและของไทยเอง กว่า 6 สถาบัน เพื่อทำการวิเคราะห์วิจัย และสนับสนุนในเรื่องภาษาของชนเผ่าอาข่าและชนเผ่าลาหู่ หรือมูเซอ เพื่อต้องการพัฒนาศักยภาพและบุคลากร โดยได้มีการหารือร่วมกับนักศึกษาปริญญาโทและปริญญาเอก รวมทั้งนักวิชาการจากชนเผ่าอาข่าและลาหู่ ที่เป็นเจ้าของภาษาร่วมด้วย ซึ่งนับว่าจะส่งผลดีต่อวงการวิชาด้านภาษาศาสตร์อย่างยิ่ง ต่อการพัฒนาบุคลากร อาจารย์และนักศึกษาที่อยู่ทั้งในประเทศจีนและไทย
สำหรับการร่วมหารือในครั้งนี้ นอกจากจะมีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายแล้ว ยังมีตัวแทนจากสถาบันชั้นนำจากต่างประเทศเข้าร่วมหารือ ได้แก่ มหาวิทยาลัยชนชาติส่วนกลางปักกิ่ง มหาวิทยาลัยวี่ซีนอร์มอล มณฑลยุนหนาน มหาวิทยาลัยฮ่องกง และมหาวิทยาลัยครูหลวงน้ำทาให้เกียรติมาร่วมด้วย สำ
หรับโครงการดังกล่าว สืบเนื่องมาจากการดำเนินงานวิจัยเรื่องสถานภาพและการใช้ภาษาอาข่าและลาหู่ ของชาวบ้านในตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ซึ่งในปีนี้ จะได้ร่วมกันจัดทำโครงการวิจัย เรื่อง สถานภาพและการใช้ภาษาลาหู่ของชาวลาหู่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โดยมีคณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยชนชาติหยุนหนานเข้าร่วมทั้งหมด 6 แห่ง เพื่อให้เป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่จะสามารถกระจายไปสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ได้ในอนาคต”ผศ.ดร.มานพ กล่าว
ด้านอาจารย์สมบัติ บุญคำเยือง ผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ประจำประเทศจีนและประจำมหาวิทยาลัยยวี่ซี มณฑลยูนนาน กล่าวอีกว่า ในฐานะผู้ประสานงานหลักในฝ่ายวิเทศน์สัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย การร่วมมือกันในครั้งนี้ ถือว่าเป็นครั้งแรกและต่อจากนี้จะได้มีการหารือร่วมกันอีกหลายครั้ง ซึ่งจะหมุนเวียนไปยังสถาบันต่างๆทั้ง 6 แห่ง เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ผลการวิจัยเพื่อนำไปตีพิมพ์เผยแพร่ เพื่อเป็นองค์ความรู้แก่นักศึกษาและผู้ที่สนใจต่อไป
“สำหรับมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ถือเป็นแหล่งข้อมูลด้านภาษาลาหู่ที่สำคัญที่ดอยปูไข่ และภาษาอาข่าที่ดอยวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย จึงเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ที่สำคัญ นอกจากนี้ ที่มหาวิทยาลัยยังมีบุคลากรที่มีความรู้และเชี่ยวชาญด้านภาษาชนเผ่า ซึ่งเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเองด้วย ดังนั้น ในการเก็บรวบรวมและศึกษาข้อมูลจึงสามารถทำได้ง่ายและรวดเร็ว”อาจารย์สมบัติ กล่าว



