ไลฟ์สไตล์

คืนกล้วยไม้สู่ธรรมชาติ (5)

คืนกล้วยไม้สู่ธรรมชาติ (5)

26 ก.พ. 2553

ดังนั้นมาถึงบัดนี้ถ้าเธอสนใจก็คงจะเห็นแล้วว่าที่พูดกันเรื่องคลัสเตอร์ก็ดี ความเป็นบูรณาการก็ดี แท้จริงแล้วเป็นเพราะตัวฉันเองสนใจลงมือปฏิบัติทุกสิ่งทุกอย่างที่มันเข้ามามีบทบาทอยู่ในชีวิตประจำวันไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่

  แต่แล้วมันก็ไม่แคล้วไปจากการถูกพ่อค้ากล้วยไม้หันมารังแกด้านหลัง เพราะเหตุว่าเขาคิดว่าฉันลงมือค้าขายกล้วยไม้แข่งกับเขา

 ยิ่งต่อมาภายหลังเกิดรู้ว่าฉันนำเอาความลับที่พ่อค้ากล้วยไม้ไม่ยอมบอกลูกค้าออกมาเปิดเผยฉันก็ยิ่งถูกกลั่นแกล้งแทบจะทุกวิถีทาง โดยเฉพาะการรังแกในด้านจิตใจโดยการใส่ร้ายป้ายสีนานารูปแบบ

 แม้กระทั่งคนที่เข้าไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงเกษตราธิการ อยู่มาวันหนึ่งก็ยังชี้หน้าว่าฉันว่า “คุณดีแต่ยุให้คนทำลายเศรษฐกิจของบ้านเมือง”

 ตัวฉันเองก็อดทนใจหาย ไม่ว่าใครจะพูดใส่ร้ายป้ายสี หรือไม่ก็รังแกแทบจะทุกรูปแบบ ตัวฉันเองก็ไม่เอ่ยปากโต้เถียงแต่ประการใด คงถือขันติเอาไว้ให้มั่นคงอยู่ได้

 ดังนั้นคนที่คิดเป็นศัตรูกับฉันก็ย่อมกลายเป็นคนปรบมือข้างเดียว ในที่สุดก็ค่อยๆ เงียบหายไป กว่าจะเงียบมันก็นานอักโข แต่ฉันก็ไม่สนใจว่ามันจะยาวนานแค่ไหน หากยังคงมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่มาโดยตลอด

 นี่แหละที่เขาว่าเอาชนะโดยไม่ได้เอาชนะ หากปล่อยให้มันชนะหรือแพ้กันไปเองจนในที่สุดก็ย่อมตกเป็นฝ่ายที่ยืนหยัดอยู่บนรากฐานที่อิสระได้อย่างสง่างามโดยไม่มีปมด้อยใดๆ ทั้งสิ้นมาตลอดชีวิต

 สิ่งที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดนี้เอง หาใช่คิดลำเลิกบุญคุณไม่ หากต้องการชี้แจงให้ทุกคนได้รู้ เพื่อจะได้เกิดจิตใต้สำนึกที่ไม่ทำให้วงการกล้วยไม้ของไทยจำต้องสูญเสียไปโดยง่าย นี่แหละคือความปรารถนาของฉัน ไม่เช่นนั้นแล้วเธอทั้งหลายก็คงนำกล้วยไม้มาปลูกเล่นกันตามสบายโดยไม่ได้คิดว่าคนแต่ก่อนเขาเหนื่อยยากกันมาแค่ไหน กว่าจะทำให้เธอทั้งหลายได้ใช้กล้วยไม้หากินกันได้เช่นทุกวันนี้

 จึงสรุปได้ว่าการที่ฉันลุกขึ้นมายืนหยัดต่อสู้ด้วยความวิริยะอุตสาหะและมีความอดทนจากการถูกทำร้ายของกลุ่มผลประโยชน์เก่าอย่างแน่วแน่นั้นมันยากเย็นแสนเข็ญแค่ไหน

 ดังนั้นทุกวันนี้ฉันขอร้องอย่าให้เธอเอาแต่คิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันเลย ไม่เช่นนั้นแล้ววงการกล้วยไม้มันก็คงไปรอดได้ยาก
         
"ระพี สาคริก"