ไลฟ์สไตล์

ยูเนสโกวอนทุกปท.เร่งขยายโอกาสการศึกษาทั่วถึง

ยูเนสโกวอนทุกปท.เร่งขยายโอกาสการศึกษาทั่วถึง

24 ก.พ. 2553

ยูเนสโกวอนทุกประเทศเร่งขยายโอกาสทางการศึกษาให้ทั่วถึง วอนอย่าตัดงบการศึกษาให้เข้าไปดูแลครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ "ชินวรณ์"เผยไทยทุ่มงบ 2 พันล้านพัฒนาร.ร.กินนอน 10 แห่ง ตั้งเป้าหมายให้ผู้ไม่รู้หนังสือร้อยละ 5 หมดไป

 เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2553  ที่ประเทศเอธิโอเปีย นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังร่วมพิธีเปิดการประชุมระดับสูงด้านการศึกษาเพื่อปวงชนครั้งที่ 9 ของยูเนสโก ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงแอดดิส อบาบา ประเทศเอธิโอเปียว่า มีประเทศได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุมประมาณ 46 ประเทศ โดยประเทศที่ร่วมประชุมส่วนใหญ่เป็นประเทศที่ประสบปัญหาในการดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายการศึกษาเพื่อปวงชน เช่น

ประเทศทีมีพลเมืองเยอะหรือมีอัตราการไม่รู้หนังสือสูง และประเทศผู้บริจาค ส่วนประเทศไทยได้เข้าร่วมให้เข้าร่วมประชุมด้วยในฐานะที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับสูงด้านการศึกษาเพื่อปวงชน ครั้งที่ 10 ต่อจากประเทศเอธิโอเปีย พร้อมกันนี้ได้ร่วมหารือเป็นการส่วนตัวกับ Mrs.IRINA BOKOVA ผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก ว่า ทางยูเนสโก ได้ขอความร่วมมือจากทุกประเทศให้เร่งเดินหน้าขยายโอกาสทางการศึกษาให้ทั่วถึง และครอบคลุมเด็กทุกกลุ่ม เนื่องจากขณะนี้ใกล้ถึงกำหนดเส้นตายในการบรรลุเป้าหมายการจัดการศึกษาเพื่อปวงชนไปทุกทีแล้ว

 ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ในปี 1990 ยูเนสโกและประเทศทั่วโลกได้ร่วมกันประกาศปฏิญญาจอมเทียน กำหนดเป้าหมายให้เด็กทั่วโลกทุกคนได้เข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานภายในปี 2015 ซึ่งเหลือเวลาอีก 5 ปีนับจากนี้ แต่ปัจจุบันยังมีเด็กอีกจำนวนมากยังเข้าไม่ถึงโอกาสทางการศึกษาโดยเฉพาะกลุ่มเด็กชายขอบและเด็กด้อยโอกาสที่ทั่วโลกมีประมาณ 72 ล้านคน เพราะฉะนั้น ยูเนสโกจึงต้องการให้ประเทศสมาชิกเร่งมือในการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน และยูเนสโกยินดีจะให้ความช่วยเหลือ แต่ต้องการให้แต่ละประเทศช่วยเหลือตนเองก่อนเพราะเจ้าของประเทศย่อมรู้ข้อมูลของตนเองมากที่สุดโดยครั้งนี้ Mrs.IRINA ได้กล่าวชื่นชมประเทศไทยที่เป็นตัวอย่างที่ดีของการช่วยเหลือตนเองด้านการศึกษา อย่างไรก็ตาม ผอ.การใหญ่ยูเนสโก บอกกับตนด้วยว่า ก่อนหน้าได้นำเรื่องการศึกษาเพื่อปวงชนหารือกันเลขาธิการสหประชาชาติ ซึ่งเลขาธิการสหประชาชาติด ได้รับปากที่จะนำเรื่องนี้เข้าหรือในที่ประชุมผู้นำระดับสูง ของกลุ่มประเทศ G20 ในเดือน ก.ย.นี้

 “ยูเนสโก อยากให้ทุกประเทศแสดงเจตนารมณ์ทางการเมืองที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษา เพราะถ้าการเมืองไม่ให้ความสำคัญ การจัดการศึกษาเพื่อปวงชนจะสำเร็จได้ยาก และในปัจจุบันซึ่งทั่วโลกต้องเผชิญกับภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ มาตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมาหลายประเทศตัดลดงบประมาณด้านการศึกษาเพื่อให้ประเทศผ่านวิกฤติไปได้ แต่ทางยูเนสโกอยากให้ประเทศต่าง ๆ ไม่ลดงบประมาณด้านการศึกษา และให้เข้าไปดูแลครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐิกิจด้วย”นายชินวรณ์ กล่าว

 นายชินวรณ์ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนประเทศไทยมีนโยบายหลักด้านการศึกษาของไทย ที่สอดคล้องกับการศึกษาเพื่อปวงชนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโครงการเรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพ โรงเรียนดีประจำตำบล โครงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ราคาถูก โครงการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่ง Mrs.IRINA ได้แสดงความเห็นว่าการใช้เทคโนสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตเป็นทิศทางที่ดี รวมถึงยังชี้แจงการดูแลเด็กชายขอบ หรือการดูแลเด็กด้อยโอกาสที่อยู่โรงเรียนประจำโดยในปี 2552 ได้ใช้งบประมาณโครงการไทยเข้มแข็งหรือ SP2 จำนวน 2,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโรงเรียนกินนอน 10 แห่ง ดำเนินการใน 5 เรื่อง ได้แก่ 1. จัดสร้างอาคารเรียนใหม่ให้กับโรงเรียนในถิ่นทุรกันดารที่มีเด็กมาอยู่กินนอน ตลอด 24 ชั่วโมง 2. สร้างเรือนนอนใหม่ให้กับนักเรียน 3. จัดเบี้ยเลี้ยงให้กับครู อาจารย์ที่ต้องดูแลเด็กที่มากินนอนอยู่ในโรงเรียนในอัตราเทียบเท่ากับครู โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์

 4. จัดอาหารให้แก่เด็กให้ครบทั้ง 3 มื้อ และ 5. จัดเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์ทำการเกษตร เพื่อส่งเสริมให้เด็กทำการเกษตรสนับสนุนโครงการอาหารกลางวัน อย่างไรก็ตาม  ได้มอบให้ปลัด ศธ. ไปทำแผนต่อยอดโครงการดังกล่าวและจะตั้งงบประมาณปี 2554 สนับสนุนเพิ่มเติม

 “เป้าหมายของไทย  จะพยายามทำให้อัตราผู้ไม่รู้หนังสือร้อยละ 5 หมดไปซึ่งในจำนวนนี้มีเด็กด้อยโอกาส เด็กชายขอบและเด็กพิการ ที่รัฐบาลก็มีนโยบายจะดูแลเด็กกลุ่มดังกล่าวเป็นพิเศษอยู่แล้ว เช่น เด็กพิการ จะให้เพิ่มโรงเรียนร่วมและเด็กพิการเข้าเรียนมากขึ้น รวมถึงการเรียนร่วมในโรงเรียนดีประจำตำบลด้วย ทั้งนี้ ผมได้ยืนยันกับ ผอ.ใหญ่ยูเนสโกด้วยว่าเราพร้อมสำหรับการจัดประชุมครั้งที่ 10 ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ” รมว.ศธ. กล่าว