ไลฟ์สไตล์

ฮัลโหลสกัดลูกค้าเบี้ยวค่าโทร
       ดีแทคลดเวลารับสาย-เอไอเอสส่งข้อความเตือน

ฮัลโหลสกัดลูกค้าเบี้ยวค่าโทร ดีแทคลดเวลารับสาย-เอไอเอสส่งข้อความเตือน

12 มี.ค. 2552

ธุรกิจโทรคมห่วงพิษเศรษฐกิจดันหนี้ค้างจ่ายพุ่ง วางมาตรการเข้มสกัดยอด ดีแทคเล็งลดช่วงเวลารับสายลงเหลือไม่ถึง 45 วัน ทีโอทีรับ 2 เดือนหนี้ค้างเพิ่มเล็กน้อย เตรียมแผนเร่งชำระหนี้ไว้รองรับแล้ว ส่วนเอไอเอสเผยยังไม่เห็นผิดปกติ แค่ส่งเอสเอ็มเอสเตือน

 นายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค  กล่าวว่า จากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ยังไม่ดีขึ้นมาก ประกอบกับปัจจุบันดีแทคไม่ได้เก็บอัตราค่าเชื่อมต่อสัญญาณ 107 บาท ดังนั้น เพื่อป้องกันอัตราหนี้เสียเพิ่มปริมาณสูงขึ้น บริษัทจึงมีมาตรการที่จะดำเนินการกับลูกค้าที่ไม่จ่ายเงินตามกำหนด โดยอาจจะลดช่วงเวลาที่ให้รับสายได้จากปกติ 45 วัน ลดลงเหลือประมาณ 30 วัน แต่ตอนนี้ยังไม่สรุปตัวเลขที่แน่นอน
 "สิทธิประโยชน์ของลูกค้ายังคงเดิม แต่ดีแทคต้องลดวันที่เคยยืดให้แก่ลูกค้าที่ค้างชำระจนพ้นกำหนดให้รับสายจากเดิมได้นานเป็นลดลง จากเดิมที่ให้วันนานถึง 45 วันเพราะขณะนั้นยังคิดค่าเชื่อมสัญญาณ 107 บาทได้" นายธนา กล่าว
 ด้านนายวรุธ สุวกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หนี้ค้างชำระช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ก.พ.) มีเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งเข้าใจว่าเป็นเพราะเศรษฐกิจไม่ดี อาจมีการชำระค่าใช้บริการช้ากว่าเดิมบ้าง ทำให้หนี้ค้างชำระมีระยะเวลายาวขึ้น แต่ทีโอทีก็เตรียมมาตรการเร่งรัดการชำระหนี้ไว้แล้วเช่นกัน ส่วนค่าใช้บริการเฉลี่ยต่อเลขหมายต่อเดือนของโทรศัพท์พื้นฐาน ประมาณ 300 บาท ไม่ได้ลดลงไปจากเดิม เพราะยิ่งเศรษฐกิจไม่ได้ คนก็ยิ่งใช้โทรศัพท์มากขึ้นแทนการเดินทาง
 ด้านนายวิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมายังไม่พบยอดหนี้เสียที่เกิดจากการค้างชำระเพิ่มขึ้นผิดปกติ ซึ่งเชื่อว่าเป็นเพราะลูกค้าระบบรายเดือนของบริษัทยังไม่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจมากนัก ประกอบกับช่วงต้นปียังถือเป็นช่วงที่มียอดผู้ใช้งานสูงสุดเป็นปกติ ซึ่งกำลังรอสรุปผลตัวเลข อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า รายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (ARPU) อาจได้รับผลกระทบบ้าง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าเอไอเอสที่ถูกปลดออกจากงาน แต่ก็ยังเชื่อว่า ลูกค้ากลุ่มนี้ยังจำเป็นต้องเก็บโทรศัพท์มือถือไว้ในการดำรงชีพ และติดต่องานใหม่ๆ แต่อาจโทรน้อยลง
 ส่วนการส่งข้อความให้ลูกค้าชำระค่าบริการนั้น รายงานข่าวระบุว่า เป็นหนึ่งในนโยบายการให้บริการลูกค้าของเอไอเอสที่มีมาระยะหนึ่งแล้ว เพื่อแจ้งเตือนกำหนดวันชำระเงินให้ลูกค้าชำระค่าบริการได้ตรงตามเวลา ไม่ใช่วิธีเร่งรัดหนี้แต่อย่างใด