
คุมกระแสความรู้สึก
เหตุการณ์แห่งความขัดแย้งแรงร้อนในสังคมคงจะถึงที่สุด ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ ตามการคาดคะเนคำนวณของหลายผู้หลายคนในสังคม โดยเป็นการถึงที่สุดทั้งในแง่ลบและในแง่บวก ซึ่งจะเป็นไปได้ทั้งสองแง่มุม ขึ้นอยู่กับว่า พลังกระแสจิตของคนในสังคมจะผลักเบนไปสู่กระแสใดเ
การควบคุมกระแสความรู้สึก จงเกลียดจงชัง ที่คนในสังคมต่างสีมีต่อกัน เป็นเรื่องที่ควรฝึกฝนบำเพ็ญเป็นอย่างยิ่ง การผลักคนที่มีความชอบทางการเมือง และมีความเชื่อทางศาสนา ไปยืนอยู่ฝ่ายตรงกันข้าม และตั้งป้อมปืนที่บรรจุกระสุนแห่งความขัดแย้ง ยิงเข้าใส่กันและกัน เป็นเรื่องที่จะก่อให้เกิดผลเลวร้ายแก่ทุกฝ่ายทุกฝั่ง จึงไม่ควรทำโดยแท้
การตัดสินคดีของศาล จะเป็นที่ถูกใจทั้งสองฝ่ายทั้งสองฝั่งนั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้ ศาลจะต้องพิจารณาคดีไปตามกระบวนการของศาล ซึ่งคนภายนอกยากจะเข้าไปล่วงรู้รายละเอียดทั่วถึง แต่เมื่อสังคมมีศาลไว้พิจารณา และตัดสินคดีจนเป็นข้อยุติให้จงได้
คนในสังคมก็ควรเก็บความพอใจ หรือความไม่พอใจใส่ลิ้นชักแห่งความรู้สึกส่วนตัว ยอมรับคำตัดสินของศาลโดยสถานเดียว ไม่เช่นนั้นเราจะอยู่ร่วมกันไม่ได้ในสังคม
นักกีฬาที่แข่งขันกัน ก็ต้องมีกรรมการ ไม่เช่นนั้นกีฬาจะเป็นกีฬา หรือกาลี ก็เป็นที่เข้าใจได้โดยไม่ยาก
กรรมการมิได้มาร่วมเล่นเป็นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งด้วย แต่เป็นผู้ควบคุมให้การเล่นกีฬาเป็นไปตามกฎเกณฑ์กติกาของกีฬาชนิดนั้นๆ นักกีฬาทุกคนต้องยอมรับคำตัดสินของกรรมการ ไม่เช่นนั้นก็ต้องออกจากสนามแข่งขันไปตามระเบียบ
ในช่วงที่ผ่านมา บ้านเมืองของเรามีกิจกรรมการแข่งกีฬาสีกันเป็นที่แปลกตาแปลกใจของคนที่ไม่คุ้นเคยกับความแตกต่างในสังคม ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว ความแตกต่างนี่แหละ ก่อให้เกิดความหลากหลาย ความแตกแยกนั่นแหละ นำไปสู่ความแหลกสลาย
ใบกล้วยสีเขียว ยังอยู่ร่วมต้นกับหัวปลีสีแดงได้เลย ทั้งที่สีเขียวกับสีแดงเป็นสีตรงข้ามกันเลย
พระพุทธเจ้าตรัสว่า “แม้โลกจะเป็นข้าศึกกับเรา แต่เราไม่เป็นข้าศึกกับโลก” กระทั่งคำตรัสที่ว่า “สมณะทั้งหลาย ย่อมไม่เป็นข้าศึกกับใครๆ ในโลก”
นั่นเป็นข้อบ่งชี้ว่า ความเป็นข้าศึกศัตรูนั้น ต้องไม่มีอยู่ในใจของผู้ประเสริฐสูงส่งทางจิตใจอย่างแท้จริง อย่าว่าแต่ศัตรูเลย แม้แต่ความรู้สึกว่า เป็นคนแปลกหน้าก็หามีไม่ จนมีนักปราชญ์คนหนึ่งกล่าวว่า “ข้าพเจ้าไม่เคยมีคนแปลกหน้า มีก็แต่มิตร ที่รอให้ไปทำความรู้จักเท่านั้นเอง”
"ท่านจันทร์"
www.prajan.com



