ไลฟ์สไตล์

 ในหลวงเสด็จฯศิริราชทรงตรวจพระวรกายตามกำหนด

ในหลวงเสด็จฯศิริราชทรงตรวจพระวรกายตามกำหนด

11 มี.ค. 2552

ในหลวงเสด็จฯมายังอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช เพื่อตรวจพระวรกายตามกำหนดเวลา โดยการกราบบังคมทูลเชิญของคณะแพทย์ ประชาชนทราบข่าวแห่รอเฝ้ารับเสด็จอย่างเนืองแน่น

เมื่อเวลา 20.53 น. วันที่ 11 มีนาคม 2552 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ไปยังอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช เพื่อตรวจพระวรกายตามกำหนดเวลา โดยการกราบบังคมทูลเชิญของคณะแพทย์ ในการนี้พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ โดยเสด็จด้วย
 ผู้สื่อรายงานว่า เมื่อเสด็จฯ ลงจากรถยนต์พระที่นั่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระดำเนินด้วยธารพระกร (ไม้เท้า) ฉลองพระองค์สูทสีเทาอ่อน ทับฉลองพระองค์เชิ้ตสีเขียวลายหมากรุก ระหว่างทรงพระดำเนินผ่านแถวผู้มารอรับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตรประชาชนที่มารอเฝ้ารับเสด็จตลอดเส้นทางเสด็จฯ ขณะที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งทรงพระดำเนินอยู่เคียงข้าง ทรงแย้มพระสรวลแก่ประชาชนและมีพระราชดำรัสว่า "ขอบใจ" ท่ามกลางประชาชนที่พร้อมใจกันเปล่งเสียงทรงพระเจริญ  
 ในการนี้ ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลนัน คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล พร้อมคณะแพทย์และพยาบาลของโรงพยาบาลศิริราช พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ และนางดวงพร พุ่มหิรัญ ภริยา มาเฝ้ารอรับเสด็จ
 ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะประทับแรม ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ และจะทรงเข้ารับการตรวจพระวรกายในวันรุ่งขึ้น (วันที่ 12 มีนาคม)
 ด้าน นางสุภาพร วงศ์ชารี อายุ 48 ปี ชาวจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเดินทางมาตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลศิริราชและทราบข่าวการเสด็จฯ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงอยู่รอรับเสด็จอย่างใจจดใจจ่อ กล่าวว่า หลังจากที่เดินไปซื้อน้ำมาดื่ม ได้ยินเสียงประชาชนคุยกันถึงการเสด็จฯ มาโรงพยาบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงอยากจะเห็นพระองค์ท่านเป็นบุญตาสักครั้ง
 "วันนี้คุณหมอนัดมาตรวจตาตอน 5 โมงเย็น แต่ได้ยินคนคุยกันก็เลยรีบมานั่งก่อนเพื่อรอรับเสด็จ รู้สึกว่าโชคดีจังที่พระองค์ท่านจะเสด็จฯ มา เราก็จะได้เห็น แต่หลังจากที่ทราบข่าวว่าพระองค์เสด็จฯ เข้าโรงพยาบาลก็ตกใจ ไม่อยากให้พระองค์ท่านเป็นอะไรมาก ใจจริงแล้วอยากจะพบพระองค์ท่านวันนี้ เพราะพรุ่งนี้ต้องเดินทางกลับต่างจังหวัดแล้ว" นางสุภาพร กล่าว
 ส่วน นางวาสนา พรหมประเสริฐ อายุ 30 ปี ที่พาคุณพ่อซึ่งป่วยเป็นโรคมะเร็งมารักษาที่โรงพยาบาลศิริราช โดยเดินทางมาพร้อมกับยายน้อย หนูแก้ว วัย 80 ปี กล่าวว่า ตอนนี้คุณพ่อยังไม่ได้รับการตรวจรักษา แต่ทราบจากประชาชนที่มานั่งรอรับเสด็จว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จฯ มา ครั้งแรกก็ตกใจเกรงว่าพระองค์ท่านจะเป็นอะไรมาก เพราะอยากจะให้อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของประชาชนไปตลอด
 "อยู่มาจนอายุ 30 ปี ยังไม่เคยมีเห็นพระพักตร์ท่านเลยสักครั้ง ถึงแม้จะอยู่ จ.เพชรบุรี แล้วพระองค์ท่านอยู่วังไกลกังวล ก็ไม่เคยไปรับเสด็จ เห็นพระองค์ท่านแต่ในโทรทัศน์ เลยรู้สึกว่าครั้งนี้ขอได้เห็นพระองค์ท่านสักครั้ง ถึงแม้วันนี้พระองค์จะไม่เสด็จฯ มา ก็จะขอรอเฝ้ารับเสด็จ แม้จะต้องนอนตามตึกต่างๆ ก็ยอม" นางวาสนา กล่าวถึงความรู้สึก
 ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า บรรยากาศโดยทั่วไปของอาคารเฉลิมพระเกียรติโรงพยาบาลศิริราชหลังจากทราบข่าวการเสด็จฯ มาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางมารับเสด็จกันเป็นจำนวนมาก บางคนก็มีพระบรมฉายาลักษณ์ติดมาด้วย และยิ่งเวลาดึกมากขึ้น ประชาชนยิ่งหลั่งไหลทยอยเดินทางมาร่วมรับเสด็จกันอย่างคับคั่ง จนเจ้าหน้าที่ต้องนำเทปกาวสีแดงมาติดไว้บริเวณพื้น เพื่อกำหนดขอบเขตในการเฝ้ารับเสด็จของประชาชนและเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย