ไลฟ์สไตล์

ภัยจากโรค“เคเอชวี”ในปลา

ภัยจากโรค“เคเอชวี”ในปลา

24 ก.พ. 2553

ที่ผ่านมาได้พูดถึงมหันตภัยของชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในนาข้าว ที่สร้างความเสียหายให้แก่เกษตรกรอย่างมหาศาลถึงกว่า 2 ล้านไร่ ในช่วงระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน

   คราวนี้จะเล่าถึงมหันตภัยของผู้เลี้ยงสัตว์น้ำสวยงามบ้าง โดยเฉพาะผู้เพาะเลี้ยงและผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออกปลาคาร์พและปลาไน เนื่องจากปัจจุบันมีโรคระบาดชนิดหนึ่งที่ระบาดมาแล้ว โรคระบาดที่เรียกว่า “เคเอชวี” ซึ่งเป็นไวรัสชนิดหนึ่ง มีชื่อภาษาฝรั่งว่า Koi herpesvirus disease (KHVD)

 เมื่อเร็วๆ กรมประมงออกโรงเตือนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยง ผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออกปลาเหล่านี้แล้ว เพราะกรมประมงได้ข้อมูลมาว่า การระบาดของไวรัสเคเอชวีที่ว่านี้ ระบาดมากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก

 โรค “เคเอชวี” ที่ว่านี้ ดร.จิราวรรณ แย้มประยูร รองอธิบดีกรมประมง บอกว่า เป็นโรคระบาดที่เกิดจากเชื้อเฮอร์พีสไวรัส ซึ่งจะพบในปลาคาร์พและปลาไน พบการระบาดครั้งแรกที่ประเทศอิสราเอล และภาคตะวันออกของสหรัฐอเมริกา ในปี 2541

 อาการของปลาที่ป่วยเป็นโรคนี้ คือ จะมีเมือกมากตามผิวตัว และมีรอยตกเลือดกระจายตามตัว บางครั้งพบแผลตื้นๆ ร่วมด้วย หากติดเชื้อรุนแรงเหงือกบางส่วนจะมีลักษณะกร่อน ซีดขาว และอาจมีรอยแถบด่างตามลำตัว ลอยตัวอยู่ใกล้ผิวน้ำคล้ายอาการขาดออกซิเจน

  นอกจากนี้ เบ้าตาอาจมีการยุบตัวจนดวงตามีขนาดเล็กลง โดยสาเหตุของการเกิดโรคมาจากการใช้น้ำเพาะเลี้ยงร่วมกัน และการเคลื่อนย้ายปลาที่เป็นพาหะของโรค ทำให้เกิดการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง 

 ที่น่ากลัว ไม่เพียงแต่โรค “เคเอชวี” จะระบาดในจำนวน 30 ประเทศทั่วโลกเท่านั้น ในประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ตรวจพบการระบาดของโรคที่ว่านี้เช่นกัน แต่ยังไม่ได้ลุกลามในวงกว้าง ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมสถานการณ์ กรมประมงจึงขอให้ผู้เพาะเลี้ยง ผู้ประกอบการธุรกิจนำเข้า-ส่งออกปลาคาร์พและปลาไน โปรดใช้ความระมัดระวังในการเคลื่อนย้ายปลา ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตรวจสอบประวัติการตรวจโรคจากฟาร์ม ที่เป็นแหล่งเพาะเลี้ยงที่มีระบบการจัดการที่ดีในการป้องกันโรคก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อไวรัสเคเอชวีแพร่กระจายไปยังที่อื่นๆ

 ฟาร์มเพาะเลี้ยงปลาประเภทนี้เพื่อส่งออก จะต้องมีสถานภาพปลอดจากโรคเคเอชวีเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี จึงจะสามารถส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศได้ ส่วนปลาที่จะนำเข้าต้องกักกันเพื่อรอสุ่มตรวจโรคเคเอชวีก่อน เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1-2 เดือน หากตรวจพบโรคดังกล่าวก็จะถูกนำไปทำลายทันที และแหล่งเพาะเลี้ยงที่ที่นำเข้าที่พบว่าปลาเป็นโรคก็จะถูกปฏิเสธการนำเข้ามายังประเทศไทยเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี ตามมาตรฐานขององค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ หรือ โอไออี

 ฉะนั้นต้องระวังครับ

"ดลมนัส  กาเจ"
[email protected]