
ปลูกฝังจิตอนุรักษ์ให้เด็กผ่านการเรียนรู้วิถีชีวิตช้าง
"ดีใจมากที่ได้เห็นช้างตัวจริง หนูเคยเห็นแต่ในโทรทัศน์หรือหนังสือเรียน และคิดว่าคงไม่มีโอกาสได้เห็นช้างตัวเป็นๆ ช้างมันน่ารักกว่าที่คิดไว้ ตอนแรกหนูกลัวว่าช้างจะทำร้ายคน เพราะมองว่าช้างเป็นสัตว์ที่ดุร้าย จึงถูกคนทารุณกรรม ไม่รักมันเหมือนกับสัตว์ประเภทอื่น
"น้องวัน "ด.ญ.กนกวรรณ ธีรโฆษิต" นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนน้ำจำ อ. แม่สาย จ.เชียงราย เล่าถึงความรู้สึกที่มีต่อช้าง
เช่นเดียวกับ "น้องเนย" ด.ญ.หฤทัย ลองใจคำ นักเรียนชั้น ป.1 โรงเรียนบ้านแม่จัน (เชียงแสนประชานุสาสน์) บอกว่า เป็นครั้งแรกที่ได้มาเรียนรู้ชีวิตของช้าง เวลาเจอช้างเร่ร่อนที่ถูกทารุณกรรมรู้สึกสงสาร จึงอยากมาดูแลและช่วยกันรณรงค์การอนุรักษ์ช้าง เพราะช้างอาจจะสูญพันธุ์ได้
มีเด็กหลายคนที่ไม่เคยเห็นช้าง ด้วยเหตุนี้บริษัทเทสโก้โลตัสเล็งเห็นความสำคัญของการเรียนรู้วิถีชีวิตของช้างไทย และต้องการปลูกฝังให้เด็กไทยเกิดจิตอนุรักษ์ช้าง โดยจัดโครงการ "1 ล้านชั่วโมงร่วมใจพัฒนาชุมชน" ที่ส่งเสริมให้พนักงานทำกิจกรรมร่วมกับคนในชุมชน เพื่อสร้างความใกล้ชิดกันในท้องถิ่นและทำประโยชน์ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน
น.ส.สาวฟาง เอกลักษณ์รุจี ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายกิจการบรรษัท-กิจการสาธารณะเทสโก้โลตัส กล่าวว่า บริษัทมีนโยบายเน้นทำกิจกรรมที่สอดคล้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของคนในท้องถิ่น เช่น จังหวัดเชียงรายมีแหล่งท่องเที่ยวสวยงามบวกกับมีแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติจำนวนมาก อาทิ สามเหลี่ยมทองคำ หอฝิ่น พิพิธภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์ ณ อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ รวมถึงมูลนิธิช้าง
ซึ่งในครั้งนี้บริษัทได้เปิดโลกเรียนรู้ให้กับเด็กที่ด้อยโอกาสในพื้นที่ จ.เชียงราย จำนวน 40 คน ได้มาสัมผัสห้องเรียนธรรมชาติ สัมผัสวิถีชีวิตของช้าง เรียนรู้การดูแลช้าง ป้อนอาหารและอาบน้ำให้ช้างและขี่ช้าง รวมถึงสอนภาษาอังกฤษให้ควาญช้าง เพื่อแนะนำให้ชาวต่างชาติได้รู้จักและสัมผัสความน่ารักของช้างไทย
พรรณา อวัยวานนท์ อาจารย์แนะแนวโรงเรียนบ้านแม่จัน (เชียงแสนประชานุสาสน์) เล่าว่า เด็กมีความรู้เพิ่มเติมจากที่ได้เรียนอยู่แต่ให้ห้องเรียน และนำความรู้ไปบอกกับเพื่อนๆ ที่ไม่ได้มาร่วมทำกิจกรรม อยากให้มีมูลนิธิเกี่ยวกับช้างเพิ่มขึ้น เพราะช้างเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย เมื่อเด็กมาสัมผัสและใกล้ชิดกับช้าง การเรียนรู้จากของจริงจะทำให้เด็กเข้าใจไม่ต้องอธิบาย เด็กเกิดความรักและผูกพัน และอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือช้างเร่ร่อน
การเข้าร่วมทำกิจกรรมเรียนรู้วิถีชีวิตของช้างไทย ทำให้เด็กเกิดความรักสัตว์และมีจิตใจที่อ่อนโยน น้องบี หรือ ด.ญ.บี ไทยใหญ่ นักเรียนชั้น ป.4 โรงเรียนน้ำจำ อ. แม่สาย จ.เชียงราย เสริมว่า นอกจากการเรียนรู้เรื่องวิถีชีวิตของช้าง ยังได้ทำกิจกรรมปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่ผืนป่าให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ต่างๆ และสร้างสมดุลทางธรรมชาติให้สัตว์ได้กลับคืนป่าอีกครั้ง
ด้าน ลุงหลอด อินทร์สำราญ อายุ 47 ปี ควาญช้างชาวจังหวัดสุรินทร์ เล่าว่า มีช้างอยู่ 2 เชือก ชื่อ "พังน้องปลื้ม" อายุ 11 ปี และ "พังน้องดาน้องดา" ก่อนหน้านี้เคยพาช้างไปหากินเร่ร่อนที่กรุงเทพฯ และในตัวเมืองจังหวัดต่างๆ เพราะสภาพความแห้งแล้งของพื้นที่ ทำให้ช้างใน จ.สุรินทร์ ขาดแคลนอาหารและแหล่งน้ำ ประกอบกับชาวบ้านส่วนใหญ่ยากจน จึงจำเป็นต้องพาช้างมาเร่ร่อน เพื่อหาเงินใช้เป็นค่าอาหารช้างและสร้างรายได้ให้กับควาญช้าง เพราะถ้าคนอดช้างก็จะอดตายด้วย
"ดีใจที่ได้พาช้างของตัวเองมาอยู่ที่มูลนิธิฯ เหมือนกลับบ้านเกิดของช้างอีกครั้ง และเห็นความเปลี่ยนแปลงของช้าง จากซึมเศร้ากลับมาสดใสร่าเริง ไม่ดุร้าย พอเห็นช้างมีความสุขผมก็มีความสุขตามไปด้วย เพราะช้างเป็นเหมือนคนในครอบครัว" ลุงหลอด กล่าวด้วยรอยยิ้ม
การปลูกฝังจิตอนุรักษ์ให้เด็ก ผ่านการเรียนรู้วิถีชีวิตช้าง บทเรียนนอกห้องที่จะช่วยให้เด็กและเยาวชนไทยเห็นคุณค่า รู้สึกหวงแหนและเกิดการอนุรักษ์ "ช้าง" สัตว์คู่บ้านคู่เมืองให้คงอยู่ชั่วรุ่นลูกหลานตลอดกาล
0 วัชราภรณ์ สายเป็ง 0 เรื่อง/ภาพ



