
ไม่จ่ายก็เกินไป
ผมซื้อรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ SPORTIVO II สีขาว ราคา 1,409,000 บาท แต่งรถหมดไปอีก 4 หมื่นกว่าบาท เมื่อปลายเดือนตุลาคม 2552
และ ทำประกันภัย กับ บริษัท กรุงเทพประกันภัย ผ่านมาได้ไม่ถึง 3 เดือน เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2553 ผมพาแฟนกับลูกชาย 3 ขวบ เดินทางจากบ้านที่ จ.ชัยภูมิ เข้ากรุงเทพฯ ใช้ถนนมิตรภาพ ผ่านทางลงแถวโรงปูนทีพีไอ ก่อนถึงพระใหญ่ซ้ายมือ 500 เมตร ผมถูกรถพ่วง 18 ล้อ เบรกแตกพุ่งชนท้ายอย่างแรง แล้วก็ลากรถผมไปอีกประมาณ 300 เมตร
ผมกับแฟนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนลูกชายโชคดีมากไม่เป็นอะไร หลังจากเกิดเหตุ ผมให้แฟนกับลูกไปรอผมอยู่ที่โรงพยาบาลมวกเหล็ก จ.สระบุรี ส่วนผมทนเจ็บ รอดำเนินการเรื่องประกันให้เรียบร้อยก่อน ผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง พนักงานเคลมประกันของบริษัทกรุงเทพประกันภัยก็มาถึง และพาผมไปสถานีตำรวจเพื่อแจ้งความ และลากรถเข้าอู่กลาง เสียค่ารถลากไป 4,000 บาท พนักงานบอกว่าบริษัทจะจ่ายคืนให้ภายหลัง
พนักงานบอกกับผมว่า สภาพรถแบบนี้น่าจะทำเรื่องขอคืนทุนประกันได้ไม่ยาก อาทิตย์หน้าให้ผมไปติดต่อทำเรื่องที่อู่กลางรังสิตได้เลย พอวันจันทร์ที่ 25 มกราคม ผมไปที่อู่กลางรังสิต แต่พนักงานไม่รู้เรื่อง และติดต่อไปที่สำนักงานใหญ่ ได้คำตอบกลับว่ายังไม่อนุมัติ และให้คุยกับพนักงานชื่อ นายชาญณรงค์
นายชาญณรงค์ แจ้งผมว่า รถของผมแค่ซ่อมก็พอ เช็กราคาค่าซ่อมแล้วแค่ 4 แสนกว่าบาท ผมอึ้งไปเลยครับ ถ้าซ่อม ผมก็ไม่กล้าใช้อีก ถ้าขายก็ต้องถูกกดราคา กรณีนี้ผมเป็นฝ่ายถูกชน แต่นายชาญณรงค์ตอบผมว่า เขาทำตามหน้าที่ ถ้าผมไม่พอใจ ก็ไปฟ้องร้องเอง และพูดจาเสียดสีผมอีกมาก
ผมไม่ยอม ผมไม่ผิด ผมต้องการความยุติธรรม
ผู้เสียหาย
ตอบ
คุณสุธิดา มลิลา ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์การ บมจ.กรุงเทพประกันภัย ชี้แจงว่า เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2553 เวลาประมาณ 11.30 น. บริษัทได้แจ้งให้ผู้เอาประกันภัยทราบว่า บริษัทยินดีชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจ่ายเต็มทุนประกันภัย หรือ 1,120,000 บาท ให้แก่ผู้เอาประกันภัย โดยผู้เอาประกันภัยนำเอกสารมารับเงินค่าสินไหมเต็มทุนประกันภัยได้ทันที การจ่ายค่าสินไหมใช้เวลา 3 วันทำการ หลังจากได้รับเอกสารครบถ้วนแล้ว
บริษัททำตามหลักปฏิบัติโดยทั่วไป ซึ่งเป็นข้อกำหนดของ คปภ.ที่ระบุว่า กรณีที่รถยนต์ของผู้เอาประกันภัยเกิดอุบัติเหตุได้รับความเสียหาย และบริษัทประกันภัยจะต้องจ่ายค่าสินไหมเต็มทุนประกันภัยที่ผู้เอาประกันภัยทำไว้นั้น รถที่เอาประกันภัยจะต้องได้รับความเสียหายเกินกว่า 70% ของทุนประกันภัย แต่หากรถยนต์ของผู้เอาประกันภัยเกิดความเสียหายไม่ถึงหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ดังกล่าว บริษัทจะพิจารณาชดใช้ความเสียหายโดยการจัดซ่อมตัวรถให้กลับคืนสู่สภาพเดิมก่อนเกิดเหตุ
กรณีนี้ บริษัทพิจารณาโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้รถ (ลูกค้า) เป็นสำคัญ และเข้าใจรู้สึกด้านจิตใจของลูกค้าที่รถใหม่ป้ายแดงเกิดความเสียหาย จึงได้พิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เต็มทุนประกันภัย ถือเป็นกรณีพิเศษ เพื่อดำรงไว้ซึ่งนโยบาย “บริการแคร์คุณ ทุกย่างก้าว”
ลุงแจ่ม



