ไลฟ์สไตล์

เสียงของผู้ไร้สิทธิ์ชะตากรรมภายใต้จีที200

เสียงของผู้ไร้สิทธิ์ชะตากรรมภายใต้จีที200

22 ก.พ. 2553

ถึงวันนี้แม้มีผลพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนแล้วว่าเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดจีที 200 เป็นเพียงเครื่องมือกำมะลอที่ไม่สามารถทำงานได้จริง แต่หน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะที่อยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ยังยืนยันจะใช้งานต่อไป เรื่องราวของชาวบ้านที่ได้รับผ

 "ก๊ะนะ"  หญิงวัย 52 ปี ชาวบ้าน ต.ตากใบ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส สะท้อนว่า ส่วนตัวไม่เคยเชื่อว่าเครื่องจีที 200 จะมีประสิทธิภาพมาตั้งแต่การเริ่มนำมาใช้ในพื้นที่เมื่อประมาณปี 2550 เพราะมีประสบการณ์ตรงที่ได้พิสูจน์ด้วยตัวเองมาอย่างน้อย 2ครั้ง

 ก๊ะนะ บอกว่าเมื่อปี 2550 ทหารได้เข้าตรวจค้นบ้านลูกชายที่อยู่ใกล้กัน เนื่องจากเป็นคดีความที่เกี่ยวข้องเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงที่ สภ. ตากใบ ซึ่งในการตรวจค้นครั้งนั้น มีการนำเครื่องจีที 200มาด้วย โดยระหว่างนั้นเครื่องได้ชี้เป้าหมายไปที่ต้นมะพร้าวซึ่งอยู่ในพื้นที่บ้านของเธอ  

 "วินาทีนั้นทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ทหารเชื่อว่าวัตถุที่อยู่บนต้นมะพร้าวอาจเป็นวัตถุระเบิดที่ถูกนำไปซุกซ่อนไว้เพื่อเตรียมก่อเหตุ แต่เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดปรากฏว่ามีเพียงถุงพลาสติกที่เคยใส่น้ำมันพืชที่ใช้ประกอบอาหารซุกอยู่ที่พื้นดินเท่านั้น"

 เหตุการณ์ครั้งนี้ก๊ะนะ รอดจากการถูกนำตัวไปสอบสวน แต่สภาพจิตใจหลังจากนั้นก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนหนึ่งที่เจ้าหน้าที่ไม่ไว้วางใจ

 "ก๊ะนะ" เล่าต่อว่า ประสบการณ์ครั้งที่สองของเธอกับเครื่องจีที 200 คือ ตอนที่มีการตรวจสอบโรงเรียนบ้านศาลาใหม่ ใน ต.ตากใบ  เพราะมีคนเขียนข้อความยั่วยุที่บริเวณเพดานของห้องเรียน โดยเจ้าหน้าที่ใช้เครื่องจีที 200 ตรวจสอบตามจุดต่างๆ  ซึ่งก็ไม่พบระเบิดหรือสิ่งผิดปกติอะไร แต่พอคล้อยหลังไปกลับเกิดระเบิดขึ้นอย่างน้อย 2 จุด ที่สำคัญจุดที่ระเบิดนั้นเป็นจุดเดียวกับที่ใช้เครื่องตรวจสอบแล้ว

 "ตุอาแซ" นักการภารโรง โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เล่าว่า ในเดือนพฤศจิกายน 2552 ได้นำรถกระบะบรรทุกปุ๋ยและอุปกรณ์ทางการเกษตรไปทำนา ขากลับผ่านจุดตรวจของชุดเฉพาะกิจของทหาร เจ้าหน้าที่ได้นำเครื่องจีที 200 มาตรวจ โดยเครื่องได้ชี้ที่รถ จึงถูกนำตัวไปสอบสวน แม้จะพยายามชี้แจงให้เจ้าหน้าที่ฟังอย่างละเอียดเกี่ยวกับการนำรถไปใช้งาน แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยอม และควบคุมตัวไปสอบที่ค่ายทหาร ในที่สุดก็ต้องเข้าไปอยู่ในค่ายทหารนาน 7 วัน

 ระหว่างที่ควบคุมตัวนั้นได้มีผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาที่โรงเรียนสังกัด นักวิชาการอิสระ ตลอดจนผู้ที่ได้รับการยอมรับจากสังคมหลายราย ไปร่วมยืนยันความบริสุทธิ์ พร้อมร้องขอให้เจ้าหน้าที่เห็นใจและปล่อยตัว แต่คำยืนยันต่างๆ ไม่ได้รับการพิจารณา กระทั่งถูกส่งตัวไปควบคุมต่อที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจส่วนหน้ายะลา 28 วัน รวมระยะเวลาที่ถูกควบคุมตัวทั้งหมด 35 วัน ก่อนจะได้รับการปล่อยตัว เพราะไม่มีหลักฐานหรือข้อมูลว่ามีส่วนร่วมกับคดีการก่อเหตุความไม่สงบ

 “จากชาวบ้านผู้บริสุทธิ์คนหนึ่งเมื่อถูกเชิญตัวสอบ ทำให้ประวัติต้องมัวหมอง ถูกสังคมรอบข้างไม่ไว้วางใจ ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นไม่มีหน่วยงานใดออกมาแสดงความรับผิดชอบ  ผมเชื่อว่ายังมีผู้บริสุทธิ์อีกหลายรายที่ต้องเจอเหตุการณ์คล้ายๆ กัน และที่สำคัญชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำบางรายอาจถูกกระทำที่รุนแรงกว่าที่ผมเจอ" ตุอาแซ  กล่าว

  "อาซา"  ชาวบ้าน  อ.บันนังสตา จ.ยะลา เล่าว่า เมื่อเดือนตุลาคม 2552 โดยได้ขับรถกระบะขนย้ายสิ่งของไปบ้านญาติๆ ในช่วงวันหยุด แต่ก็ถูกตรวจสอบโดยเครื่องจีที 200 โดยเครื่องชี้เป้าไปที่รถ ทำให้ต้องถูกนำตัวไปสอบสวนนานกว่า 35 วัน  

 "เสียทั้งเวลาและความรู้สึกกับเรื่องที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น ทั้งที่ไม่มีทำผิดอะไร และเมื่อถามเจ้าหน้าที่คำตอบเดียวที่ได้รับ คือ เครื่องจีที 200 ชี้เป้าทำให้ต้องกลายเป็นคนที่มีส่วนร่วมการกระทำความผิด” อาซา กล่าว

 "มะอูเซ็ง" ชาวบ้าน ต.ลำภู อ.เมือง จ.นราธิวาส ลูกจ้างร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ เล่าว่า กลางปี 2552 มีลูกค้านำรถจักรยานยนต์มาให้ซ่อมตามปกติ เมื่อลูกค้ารับรถและขี่กลับไปซื้อของในตลาด เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องจีที 200 ไปตรวจและชี้เป้าไปที่รถจักรยานยนต์ว่ามีสิ่งปกติ ลูกค้าจึงชี้แจงว่านำรถมาซ่อมที่ร้าน เจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางมาพร้อมกับครื่องจีที 200เพื่อตรวจสอบ ซึ่งแม้ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่เจ้าหน้าที่ก็ควบคุมตัวไปที่สถานีตำรวจ โดยอ้างว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเจ้าของรถที่เครื่องจีที 200 ชี้เป้า

 "ผมบอกกับเจ้าหน้าที่ว่าผมไม่รู้จักกับเจ้าของรถ  เถ้าแก่ก็ช่วยชี้แจงว่าผมไม่เกี่ยวข้อง แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่เชื่อ และบอกว่าผมต้องไปอยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจส่วนหน้า ระยะหนึ่ง ผมกลัวมาก เนื่องจากเป็นห่วงภรรยาและลูก "

 "มะอูเซ็ง" กล่าวว่า ในช่วงที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ยะลา ครอบครัวจะเดินทางไปเยี่ยมอาทิตย์ละ1 ครั้ง ในขณะที่ตัวเองก็รู้สึกอึดอัดมาก เนื่องจากถูกกักบริเวณ กินกับนอนอย่างเดียว ไม่ได้ออกไปไหน ระยะเวลาเพียง 20 วัน ก็รู้สึกว่านานมาก หลังจากที่ได้รับการปล่อยตัวเพราะไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ ก็เดินทางกลับมาทำงานที่ร้านซ่อมจักรยานยนต์ร้านเหมือนเดิม 
 
 ขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้คือเหตุผลที่รัฐบาลยังยินยอมให้ใช้เครื่องจีที200 ต่อไป สิ่งที่น่าจะตั้งคำถามก็คือว่า แล้วขวัญกำลังใจของชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากเครื่องมือเจ้าปัญหาชิ้นนี้... ใครจะสนใจ!