
เกมจบแต่มิตรภาพยืนยาวดวลแข้งผูกพันพี่น้องสองราช
ทุกครั้งที่ลงสนามสิ่งที่ผมประทับใจที่สุดคือเสียงเชียร์ที่อบอุ่น และสิ่งที่ทำให้มีแรงในการฝึกซ้อมและลงแข่งขันคือการที่รู้สึกว่าการได้ลงแข่งเพื่อชิงโล่พระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ถือเป็นมงคลสูงสุดในชีวิตผม จะมีสักกี่คนที่ได้ลงเล่นเพื่อชิงถ้วยพระราชทาน ยิ่งเป็นระดับมหาวิทยาลัยด้วยแล้วทั้งประเทศมีแค่ 2 แห่งเท่านั้นคือ ฟุตบอลประเพณีของจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ และที่ มทร.อีสานและ มรภ.นครราชสีมาเท่านั้น
ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลของพระองค์ท่าน ทำให้มิตรภาพระหว่างทั้งสองสถาบันดีมาตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี ถึงแม้ว่าผลการแข่งขันจะออกมาอย่างไรก็ไม่ได้มีความสำคัญมากไปกว่ามิตรภาพระหว่างสองสถาบัน เพราะหลังจบเกมไม่ว่าจะเจอกันที่ไหนทุกคนก็จะทักทายและพูดคุยหยอกล้อกันได้ทุกที่" "เอิร์ธ" อภิรักษ์ ศรีวงษ์ ปี 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) อีสาน เล่าถึงความประทับใจในการแข่งขันฟุตบอลประเพณี ชิงโล่พระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครั้งที่ 43 ระหว่าง มทร.อีสาน กับ มรภ.นครราชสีมา ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ณ สนามกีฬาเทศบาลนครนครราชสีมา
ปีนี้เป็นปีที่ 4 ที่ เอิร์ธ เป็นหัวหน้าและผู้รักษาประตู มทร.อีสาน นักกีฬาฟุตบอลทุกคนต่างตั้งตารอเพื่อที่จะลงแข่งในงานฟุตบอลประเพณี ถึงแม้จะต้องแบ่งเวลาจากการเรียนที่หนักเอาการเพราะนักฟุตบอลเกือบทั้งหมดในทีมเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ ต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 มาฝึกซ้อมเทคนิคและวิ่งออกกำลัง และไปเรียนตอน 8 โมงเช้า ลงสนามฝึกซ้อมอีกที 5 โมงเย็นไปจนถึง 4 ทุ่ม แต่ทุกคนก็ไม่ได้ย่อท้อ เพราะมุ่งหวังที่จะเล่นให้เต็มที่ให้สมกับเป็นฟุตบอลประเพณีชิงโล่พระราชทาน
“ทุกคนในทีมจะอยู่กันแบบพี่น้อง ช่วยเหลือกันในการฝึกซ้อม ให้คำแนะนำเรื่องการเรียน แม้แต่กับเพื่อนนักฟุตบอลจาก มรภ.นครราชสีมา ก็สนิทกันทักทายกันได้ทุกที่ ถึงจะเป็นคู่แข่งในสนามฟุตบอลแต่เมื่อออกจากสนามมิตรภาพของเพื่อนต่างสถาบันก็ยังคงมีอยู่เสมอ ผมกล้าพูดได้เลยว่าตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่มีการแข่งขันกีฬาฟุตบอลประเพณี ทั้งสองสถาบันไม่เคยมีเรื่องนักศึกษาทะเลาะวิวาทกัน" เอิร์ธบอกเล่าถึงมิตรภาพระหว่างทั้งสองสถาบัน
การจัดการแข่งขันฟุตบอลประเพณีชิงโล่พระราชทาน ระหว่าง มทร.อีสาน ที่มีชื่อเดิมคือ วิทยาลัยเทคนิคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กับมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา จัดมาตั้งแต่ปี 2502 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานโล่ให้เป็นรางวัลแก่มหาวิทยาลัยที่ชนะการแข่งขันในแต่ละครั้ง โดยทั้งสองมหาวิทยาลัยจะผลัดกันเป็นเจ้าภาพ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สร้างสรรค์ความสมัครสมานสามัคคี และความมีน้ำใจนักกีฬาของบุคลากร ผลัดกันแพ้ชนะมาตลอด ล่าสุดผลการแข่งขันปีนี้ มทร.อีสาน เจ้าภาพชนะได้ครองโล่พระราชทาน
ผศ.อนุสรณ์ ศิริอนันต์ ผู้ควบคุมทีมนักกีฬาของ มทร.อีสาน บอกว่า การแข่งขันฟุตบอลประเพณีชิงโล่พระราชทานระหว่างสองมหาวิทยาลัย ถือว่าเป็นงานใหญ่ที่ชาว จ.นครราชสีมา รอคอย ได้ชมขบวนพาเหรดและกองเชียร์ที่แต่ละมหาวิทยาลัยต่างซุ่มฝึกซ้อมกันอย่างเต็มที่โดยเฉพาะ คืนก่อนที่จะมีการแข่งขัน กองเชียร์จากทีมคู่แข่งจะมาข่มขวัญโค้ชของอีกฝ่ายตั้งแต่เช้า จะมีการรวมตัวกันมาร้องเพลงเพื่อข่มขวัญคู่ต่อสู้ถึงหน้าบ้านในความหมายก็คือเป็นเสมือนการหยอกล้อเพื่อสร้างสีสันให้แก่การแข่งขันฟุตบอลนั่นเอง ส่วนตัวนักกีฬาเองก็จะแข่งกันเฉพาะในสนามแข่งเท่านั้น พอจบเกมการแข่งขันทุกคนก็จะเป็นเพื่อนกันหมด
เกมการแข่งขันฟุตบอลประเพณีของทั้งสองมหาวิทยาลัยปีนี้จบลงแล้ว แต่สิ่งที่เพิ่มพูนก็คือมิตรภาพที่งอกงามยืนยาวตลอดกาลนั่นเอง



