ไลฟ์สไตล์

พม่าถวายพระบรมสารีริกธาตุแด่ในหลวง-พระพี่นางฯ

พม่าถวายพระบรมสารีริกธาตุแด่ในหลวง-พระพี่นางฯ

21 ก.พ. 2553

พม่าถวายพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมผอบหยกทรงเจดีย์หนึ่งเดียวในโลก ค่านับล้านบาทมาประดิษฐานที่พระมหาเจดีย์ 84 พรรษา ราชนครินทร์ วัดธาตุทอง เผยถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง-พระพี่นางฯ พร้อมเชื่อมความสัมพันธ์ทางพระพุทธศาสนาของทั้งสองประเทศ

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พระรัตนมงคลโมลี เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง เปิดเผยว่า ช่วงระหว่างวันที่ 18-19 กุมภาพันธ์  ที่ผ่านมา ทางวัดธาตุทองได้เดินทางไปรับมอบพระบรมสารีริกธาตุจากหลวงพ่อไจทีเซา เจ้าอาวาสวัดไจทีเซา รัฐมอญ สหภาพพม่า เพื่ออัญเชิญไปประดิษฐานยังพระมหาเจดีย์ 84 พรรษา ราชนรินทร์ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งทางวัดกำลังจะจัดสร้างขึ้น โดยพระมหาเจดีย์ดังกล่าว สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงเลือกแบบพระมหาเจดีย์โดยพระองค์เอง ก่อนพระองค์จะสวรรคต ขณะเดียวกัน การอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากพม่าในครั้งนี้ ดร.คิมฉ่วย นักธุรกิจชาวพม่า ได้สร้างผอบหยกแท้ทรงเจดีย์พระธาตุอินแขวนหนึ่งเดียวในโลกมูลค่านับล้านบาทถวายด้วย เพื่อแสดงถึงความสัมพันธ์อันดีด้านพระพุทธศาสนาของพม่ากับประเทศไทย

 สำหรับพระมหาเจดีย์ 84 พรรษา ราชนครินทร์ มีขนาดความสูง 45 เมตร แบ่งเป็น 6 ชั้น โดยชั้นที่ 1 เป็นสถานที่อบรมสมาธิเจริญภาวนาและบรรยายธรรม ชั้นที่ 2 เป็นสถานที่รวบรวมหอพระไตรปิฎกจากทั่วโลก ชั้นที่ 3 พิพิธภัณฑ์พระใหม่ ชั้นที่ 4 สถานที่รวบรวมพระพุทธปฏิมากรจากทั่วโลก ชั้นที่ 5 รวบรวมพระธาตุสาวก และชั้นที่ 6 ชั้นสูงสุดจะประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุจากสหภาพพม่า

  ทั้งนี้ ทางวัดตั้งใจจะสร้างพระมหาเจดีย์ให้เสร็จทันฉลองพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา ในปี 2554 ด้วย อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากพม่ามายังประเทศไทยแล้ว ทางวัดจะจัดพิธีเฉลิมฉลองตั้งแต่วันที่13 มีนาคม-15 เมษายน จากนั้นในวันที่ 18 พฤษภาคม จะมีพิธีวางศิลาฤกษ์ โดยมีท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เป็นประธาน

 “พระมหาเจดีย์องค์นี้ คาดว่าจะใช้งบประมาณจัดสร้าง 200 ล้านบาท ความสูงได้ยึดตัวเลขที่พระพุทธองค์ทรงประกาศศาสนาตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ 45 ปี การที่ทางวัดจะรวบรวมพระไตรปิฎกจากทั่วโลกไว้ในพระมหาเจดีย์แห่งนี้ เพราะสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงโปรดการถวายพระไตรปิฎกตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์” พระรัตนมงคลโมลี กล่าว

 ขณะที่หลวงพ่อไจทีเซา เจ้าอาวาสวัดไจทีเซา กล่าวว่า การถวายพระบรมสารีริกธาตุไปประดิษฐานยังประเทศไทยครั้งนี้ ถือเป็นการถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ซึ่งพระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุของอรหันตสาวกเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากในดินแดนพม่าแห่งนี้พระพุทธองค์ได้เคยเสด็จมาเผยแผ่พระพุทธศาสนา ทั้งนี้ ในวันที่พระมหาเจดีย์องค์นี้สร้างเสร็จสมบูรณ์ จะเดินทางจากพม่าไปยังประเทศไทย ร่วมพิธียกฉัตรพระมหาเจดีย์องค์นี้ด้วย

 "ทั้งสองประเทศเป็นพี่น้องกัน เพราะเรานับถือพระพุทธศาสนาเหมือนกันตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน การที่อาตมาได้มอบพระบรมสารีริกธาตุขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระอัครสาวก จะทำให้เกิดความเป็นสิริมงคลต่อประเทศไทย” หลวงพ่อไจทีเซา กล่าว

 ขณะที่ ดร.อำนาจ บัวศิริ ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม (มส.) สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า พระบรมสารีริกธาตุในประเทศพม่ามีการเก็บรักษาและบูชาไว้เป็นอย่างดี แตกต่างจากประเทศอื่น เช่น อินเดีย ศรีลังกา เนปาล ที่ไม่ได้มีการเก็บรักษาปล่อยให้อยู่ทั่วไปตามธรรมชาติและไม่มีการบูชา จึงส่งผลให้พระบรมสารีริกธาตุในประเทศพม่ามีความศักดิ์สิทธิ์

 วัดไจทีเซาและหลวงพ่อไจทีเซา เป็นพระสงฆ์รูปสำคัญในประเทศพม่า เป็นที่เคารพของผู้นำประเทศทุกคน และพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ ในขณะเดียวกันวัดดังกล่าวถือเป็นวัดสำคัญแห่งหนึ่งในประเทศพม่าที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุเป็นจำนวนมาก รวมถึงเป็นศูนย์รวมศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวพม่า