
ดื่มกินธรรมชาติที่ อลาสกา
ชีวิตที่ดื่มกินธรรมชาติเป็นอาหารหลัก มันสุขเยี่ยงนี้เอง
หันซ้ายหันขวา รอบตัวคือเทือกเขาที่มีหิมะห่มอยู่ สวยจนไม่นึกอยากกะพริบตา ยิ่งเรือเซเรเนด ออฟ เดอะ ซีส์ ของรอยัล แคริบเบียน (คลิกดูโปรแกรมการเดินทางที่ www.royalcaribbean.com) ค่อยๆ เคลื่อนเข้าใกล้อลาสกาเท่าไหร่ น้ำหนักของความสุขก็ค่อยๆ ขยับขึ้นตีคู่ไปพร้อมๆ กับน้ำหนักตัว เพราะบริโภคข้าวปลาอาหารไม่ได้ขาดปาก
ฉันตกอยู่ในอาการท้องอิ่มใจเอิบ
คิดดูสิ ลืมตามานั่งโกยเสบียงเข้าพุงอย่างมีความสุข เพราะวิวทิวทัศน์รอบตัวทำให้มื้อเช้าในวินด์แจมเมอร์เจริญอาหารกว่าปกติ สายเข้าไปนอนผึ่งพุงอยู่บนดาดฟ้าเรือ จิบช็อกโกแลตอุ่นๆ ทอดสายตาชมวิว ที่มีแมวน้ำและปลาวาฬลอยขึ้นมาโชว์ตัวเป็นพักๆ
พอพระอาทิตย์ทาบตรงกลางศีรษะ ข้าวปลาอาหารบริบูรณ์พูนผลก็ถูกลำเลียงลงเข้าไปนอนในกระเพาะอีกรอบ จากนั้นฉันก็เนรเทศตัวเองไปจ๊อกกิ้งในฟิตเนส เสร็จแล้วไปเข้าห้องสตีมต่อ บ่ายๆ คุณผู้ชายส่วนใหญ่ไปหย่อนตัวลงแช่ในจากุซซี่ ฝ่ายคุณผู้หญิงหลายคนไปขลุกอยู่ในสปา เตรียมปรุงแต่งความงามก่อนจะแต่งองค์ทรงเครื่องไปดินเนอร์ตอนหัวค่ำ
พอขนมปังเรียงแผ่นในท้องไส้ ดินเนอร์เสร็จ ก็ย้ายสะโพกไปบริโภคความบันเทิงเริงใจในโรงละคร ดูโชว์ต่างๆ ที่หมุนเวียนสับเปลี่ยนมาไม่เว้นแต่ละคืน ตกดึกฉันชอบแวะเวียนไปกาสิโน ไปดูคนที่ถูกตู้สล็อตสะกดจิต พวกเขาจะนั่งนิ่ง มีมืออย่างเดียวที่กระดิกกระเดี้ยว คนพวกนี้ชอบไปนั่งบริหารดวงในกาสิโนกันอย่างหน้าดำคร่ำเคร่ง
คนที่ชอบบริหารดวง เขาคงชอบกาสิโนอย่างเข้าเส้น มีผู้หญิงคนหนึ่ง หล่อนจะไม่ไปไหนทั้งสิ้น ไม่มีทางพบเจอหล่อนในชุดราตรีกรุยกรายไปดินเนอร์ หรือตามโรงละคร หรืออยู่ในชุดทูพีซนอนจิบแดดอยู่ริมสระน้ำ ไม่เคยเดินสวนกับหล่อนตามแหล่งท่องเที่ยวที่เรือพาไปจอด แต่ที่เดียวที่เจอหน้าหล่อนเป็นประจำคือกาสิโน เรียกว่ากินนอนอยู่ในนี้เลยก็ว่าได้
แต่ก็ไม่ได้ถือว่าผิดกฎการขึ้นเรือสำราญ เพราะนี่คือเรือสำราญ ใครจะหาวิธีตักตวงความสำราญในรูปแบบไหนก็เชิญได้ตามอัธยาศัย
หลายวันในเรือฉันสังเกตว่า ถ้าเป็นจังหวะที่เรือไม่ได้จอดแวะตามเมืองต่างๆ ใครที่ชอบหาความสำราญแบบไหน ก็มักจะทำแบบนั้นซ้ำไปซ้ำมา บางคนเดินผ่านห้องสมุดก็จะเห็นขลุกอยู่ที่นั่นตลอด บางคนเห็นป้วนเปี้ยนอยู่แต่สนามบาสเกตบอลก็อยู่แถวนั้น ก็คงเหมือนอย่างฉัน ที่หลายคนที่เจอคงคิดว่า เจอยัยนี่ที่ฟิตเนสกับห้องสตีมอีกแล้ว
เป็นความสุขต่างรูปแบบ ที่เรือสำราญปรนเปรอให้ทุกคน
ไฮไลท์หนึ่งของการล่องเรือสำราญ อยู่ที่ตอนเรือพาแวะตามเมืองน้อยใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ในรัฐอลาสกา บางจุดฉันคิดไม่ถึงด้วยซ้ำว่าจะมีหมู่บ้านหรือเมืองซ่อนอยู่ บางเมืองเล็กจัดขนาดเดินเที่ยวทั่วเมืองได้ภายในระยะเวลาไม่ถึงชั่วโมง
อย่างไอซี่ สเตรทพอยท์ หมู่บ้านเล็กๆ ที่ขึ้นชื่อเรื่องดูหมีและปลาวาฬ ไม่ใช่เล็กอย่างเดียว แต่ทั้งเล็กทั้งสงบเลย ขนาดเป็นเดือนร้อนที่สุดของไอซี่ สเตรทพอยท์ ที่น่าจะมีผู้คนชาวเมืองออกมาเดินกันอย่างคึกคัก แต่ก็มีชาวเมืองเปิดประตูบ้านออกมารับแดดกันหร็อมแหร็ม ไม่อยากนึกถึงฤดูหนาวเลยว่าเขาจะอยู่กันอย่างไร
ใครอยากหามุมปลีกวิเวก ประเภทนั่งกรรมฐาน เดินจงกรม นิมนต์ให้ไปหมู่บ้านไอซี่ สเตรทพอยท์ได้เลย รับรองว่าสงบสมใจ ก็คงเพราะสงบงามแบบนี้ ถึงได้หาดูพวกสิงสาราสัตว์นานาชนิดได้ที่นี่
ปกติเรือเซเรเนด ออฟ เดอะ ซีส์ จะมีทัวร์พาออกไปดูปลาวาฬ แต่ถ้าใครพลาดไม่ได้ซื้อหรือจองไม่ทัน ในหมู่บ้านมีทัวร์ประเภทนี้ขายเต็มไปหมด หรือใครไม่อยากรีบขึ้นเรือ จะดูโชว์ของชนเผ่าพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ดั้งเดิมก็ไม่เป็นปัญหา
ส่วนฉัน ขอเกาะกระแสชิมปูอลาสกา ที่ขายอยู่แถวริมสะพานขึ้นเรือ เรียกว่าเป็นโปรแกรมยอดฮิตของชาวเรือเซเรเนด ออฟ เดอะ ซีส์ เลยก็ว่าได้ เพราะก่อนจะกลับขึ้นเรือ เห็นมานั่งโซ้ยปูอลาสกากันเกือบทุกคน
วิวสวย เมืองสงบ ขาดก็แต่น้ำจิ้มทะเลรสแซบจี๊ดจ๊าดเท่านั้นแหละ เป็นอันว่า ไปได้แค่สวรรค์ชั้นหก
บอกไว้ซะตรงนี้เลยว่าใครที่วางแผนจะไปล่องอลาสกา (โทร. 0-2634-2882) แอบพกน้ำจิ้มทะเลติดกระเป๋าไปด้วย เอาไว้จิ้มกับเนื้ออวบอั๋นของก้ามปูอลาสกา ตอนเคี้ยวจะได้เหมือนเหยียบสวรรค์ชั้นเจ็ด
ตอนหน้าเซเรเนด ออฟ เดอะ ซีส์ จะพาล่องเรือไปยลโฉม 2 เมืองงามในอาณาบริเวณของอลาสกาที่ชื่อ สแก็กเวย์ กับ จูโน
ตอกย้ำให้เห็นความงามของอลาสกาว่ายังคงอยู่ แม้จะถูกปัญหาโลกร้อนรุมเร้าอย่างแสนสาหัสก็ตามที
"กาญจนา หงษ์ทอง"



