
คืนกล้วยไม้สู่ธรรมชาติ (4)
แต่น่าเสียใจที่คนไทยส่วนใหญ่มองไม่เห็นความจริงได้ลึกซึ้งถึงระดับนี้ คงเห็นแต่เรื่องกล้วยไม้
ดังนั้น จึงไม่สนใจที่จะสร้างเสริมรากฐานจิตใต้สำนึกให้ลุกขึ้นมายืนหยัดอยู่บนขาตัวเองได้อย่างอิสระ นอกจากหลงคิดแต่เพียงว่าฉันสอนให้คนไทยปลูกกล้วยไม้เป็นผสมกล้วยไม้ได้เท่านั้น!
ช่วงนั้น ฉันเริ่มต้นเรียนรู้โดยตระหนักถึงความสำคัญว่า “ถ้าไม่เรียนจากของจริง ความรู้ที่แท้จริงมันก็ไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน” ฉะนั้น เมื่อมาถึงบัดนี้หลายคนคงจะมองเห็นแล้วว่า ฉันสนใจเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างภายในจิตใต้สำนึกที่ลงมือทำด้วยตัวเอง แม้แต่การค้าขายกล้วยไม้ฉันก็เรียนรู้จากการลงมือทำ แต่แน่นอนที่สุด ขณะนั้นคนคิดค้าขายกล้วยไม้เพื่อหาเงินก็มีจำนวนมาก
เพราะฉะนั้น การที่ฉันเรียนรู้จากการลงมือทำ จึงถูกผู้คนกล่าวหาว่า แม้ตัวฉันเองก็คิดค้าขายกล้วยไม้ แทนที่จะหยั่งรู้ความจริงว่า ฉันกำลังเรียนจากการปฏิบัติทุกสิ่งทุกอย่างแม้กระทั่งลงมือค้าขายด้วยตัวเองเพื่อนำความรู้มาใช้ในการแก้ปัญหาให้กับสังคมไทย
ดังนั้น มาถึงบัดนี้ถ้าเธอสนใจก็คงจะเห็นแล้วว่า ที่พูดกันเรื่องคลัสเตอร์ก็ดี ความเป็นบูรณาการก็ดี แท้จริงแล้วเป็นเพราะตัวฉันเองสนใจลงมือปฏิบัติทุกสิ่งทุกอย่างที่มันเข้ามามีบทบาทอยู่ในชีวิตประจำวันไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่
แต่แล้ว มันก็ไม่แคล้วไปจากการถูกพ่อค้ากล้วยไม้หันมารังแกด้านหลัง เพราะเหตุว่าเขาคิดว่าฉันลงมือค้าขายกล้วยไม้แข่งกันกับเขา
ยิ่งต่อมาภายหลังเกิดรู้ว่าฉันนำเอาความลับที่พ่อค้ากล้วยไม้ไม่ยอมบอกลูกค้าออกมาเปิดเผยฉันก็ยิ่งถูกกลั่นแกล้งแทบจะทุกวิถีทาง โดยเฉพาะการรังแกในด้านจิตใจโดยการใส่ร้ายป้ายสีนานารูปแบบ
แม้กระทั่ง คนที่เข้าไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงเกษตราธิการ อยู่มาวันหนึ่งก็ยังชี้หน้าว่าฉันว่า “คุณดีแต่ยุให้คนทำลายเศรษฐกิจของบ้านเมือง”
แต่ตัวฉันเองก็อดทนใจหาย ไม่ว่าใครจะพูดใส่ร้ายป้ายสี หรือไม่ก็รังแกแทบจะทุกรูปแบบ ตัวฉันเองก็ไม่เอ่ยปากโต้เถียงแต่ประการใด คงถือขันติเอาไว้ให้มั่นคงอยู่ได้
"ระพี สาคริก"



