ไลฟ์สไตล์

ศุกร์กับเซ็กส์ - ผมใช่เกย์หรือเปล่า?

ศุกร์กับเซ็กส์ - ผมใช่เกย์หรือเปล่า?

19 ก.พ. 2553

“คุณหมอครับ ตอนนี้ผมสับสนครับ ผมอายุได้ 22 ปี ไม่แน่ใจว่าตนเองเป็นเกย์หรือเปล่า ทางการแพทย์มีเกณฑ์การวินิจฉัยหรือเปล่าครับว่าใครเป็นเกย์หรือไม่ จะดูจากอะไร สาเหตุของเกย์เกิดจากอะไร มีวิธีการรักษาอย่างไรบ้าง?”

 ตอบ
 คนธรรมดาทั่วไปสามารถชื่นชมและหลงใหลคนในเพศเดียวกันโดยไม่ถือว่าเป็นความผิดปกติ สำคัญว่าคุณถูกตาต้องใจผู้ชาย, ผูกพันทางอารมณ์, ร่างกายมีปฏิกิริยาทางเซ็กส์ และต้องการนอนกับผู้ชายหรือไม่ หากเป็นทั้งสี่ข้ออย่างรุนแรงและต่อเนื่อง คุณเป็นเกย์
ในคนส่วนหนึ่ง การชอบเพศเดียวกันจึงเป็นเรื่องธรรมดาของการเปลี่ยนผ่านระหว่างวัยรุ่นมาเป็นวัยผู้ใหญ่ หลายคนที่เป็นผู้ใหญ่ก็คงจะจำได้ว่าตอนเป็นวัยรุ่นนั้นเราเคยชอบ เคยชื่นชมคนเพศเดียวกันอย่างไร บางคนอาจเคยมีเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกัน แต่ก็เป็นเพียงอดีต เป็นเพียงช่วงเวลาเดียว ประเดี๋ยวประด๋าว ไม่ต่อเนื่องมาจนเป็นผู้ใหญ่

 การจะรู้ว่าใครเป็นเกย์หรือไม่ จึงเป็นเรื่องยาก การมองภายนอกไม่ว่าจะปฏิบัติตัวอย่างไร ชอบอะไร หน้าตาเป็นอย่างไร ไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นเกย์ เกย์เองก็มีความแตกต่างกันระหว่างบุคคลต่อบุคคล บางคนก็เป็นบ้างไม่เป็นบ้าง  บางคนเวลาผ่านไปความรู้สึกเหล่านี้ก็จางลง แต่ในบางคนความรู้สึกชายรักชายนี้จะรุนแรงมากขึ้นคงอยู่อย่างต่อเนื่องจนห้ามตนเองไม่ได้

 ดอกเตอร์อัลเฟรด ซี คินซีย์ ได้จัดทำคินซีย์ สเกล (Kinsey Scale) ขึ้นมา เพื่อยืนยันว่า ความเชื่อที่ว่าผู้ชายต้องชอบผู้หญิงนั้นไม่ได้เป็นความจริง แต่ผู้ชายทั่วไปนั้นมีมาตราส่วนความชอบเพศตรงข้ามไม่เท่ากันซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดา โดยกำหนดการวัดขึ้นมาว่า
ระดับ 0 เป็นชายรักหญิงมีเพศสัมพันธ์กับหญิงเท่านั้น

ระดับ 1 มีเพศสัมพันธ์กับหญิงเป็นส่วนใหญ่ บางโอกาสบังเอิญมีเพศสัมพันธ์กับชาย
ระดับ 2 มีเพศสัมพันธ์กับหญิงเป็นส่วนใหญ่ บางครั้งมีเพศสัมพันธ์กับชาย
ระดับ 3 มีเพศสัมพันธ์กับหญิงจำนวนครั้งเท่ากับมีเพศสัมพันธ์กับชาย

ระดับ 4 มีเพศสัมพันธ์กับชายเป็นส่วนใหญ่ บางครั้งมีเพศสัมพันธ์กับหญิง
ระดับ 5 มีเพศสัมพันธ์กับชายเป็นส่วนใหญ่ บางโอกาสบังเอิญมีเพศสัมพันธ์กับหญิง
ระดับ 6 เป็นชายรักชายมีเพศสัมพันธ์กับชายเท่านั้น
โดยระดับ 0-2 คือชายรักหญิง 3 คือเสือใบ 4-6 คือเกย์

 สาเหตุของเกย์นั้น เชื่อว่าเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น เรื่องของยีนหรือหน่วยพันธุกรรม, สมองส่วนความคิด (ไฮโปธาลามัส), การเลี้ยงดู, ความใกล้ชิดผู้หญิงแต่เด็ก, ประสบการณ์ที่ดีหรือเจ็บปวดทางเพศ,ไอดอลที่ชื่นชม ฯลฯ ในทางการแพทย์เชื่อว่าเกย์แก้ไขได้โดยจิตบำบัด แต่ก็มีบางการศึกษาเชื่อว่าเกย์แก้ไขไม่ได้

 อันที่จริงความเป็นหญิง ชาย เกย์ กะเทย ฯลฯ ไม่น่าจะแตกต่างอะไร หากไม่ใช้เพศของตนเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เพราะเพศไม่ใช่อุปสรรคในการทำความดีและเป็นคนเก่งของสังคม!

"พญ.ชัญวลี ศรีสุโข"
([email protected]
<mailto:[email protected]>)