Kom Lifestyle

"ตากุ้งยิง" ดูแลรักษาเองได้ ไม่ต้องพบหมอ

"ตากุ้งยิง" ดูแลรักษาเองได้ ไม่ต้องพบหมอ
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ปัจจุบันที่ความเสี่ยงต่อเชื้อไวรัสและแบคทีเรียมีมากกว่าที่เคยอย่างฝุ่นละออง PM 2.5 อาจทำให้การชีวิตประจำวันของเราเสี่ยงต่อการเป็น "ตากุ้งยิง" มากขึ้น

ทำความรู้จัก "โรคตากุ้งยิง" (Hordeolum)

"ตากุ้งยิง" เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณเปลือกตาด้านบนและเปลือกตาด้านล่าง ทำให้มีอาการเจ็บปวดตรงที่เป็นตุ่มหรือหนอง

                            "ตากุ้งยิง" ดูแลรักษาเองได้ ไม่ต้องพบหมอ
 

ปัจจัยเสี่ยงหรือสาเหตุที่ทำให้เกิดตากุ้งยิง ได้แก่

  • สัมผัสดวงตาด้วยมือที่ไม่สะอาด
  • การใส่คอนแทคเลนส์
  • โรคเปลือกตาอักเสบ
  • ใช้เครื่องสำอางที่ไม่สะอาดหรือล้างเครื่องสำอางไม่หมด
  • เคยมีประวัติเป็นตากุ้งยิงมาก่อน
  • ภูมิคุ้มกันร่างกายลดลง เช่น เป็นโรคเบาหวาน

อาการของตากุ้งยิง

• เจ็บๆ คันๆ บริเวณเปลือกตา

• ปวด บวม แดง บริเวณเปลือกตา

• เป็นฝีหรือหัวหนอง 4 – 5 วัน

 

วิธีการรักษาตากุ้งยิง

ส่วนมากแล้ว ตากุ้งยิง จะสามารถหายได้เอง ภายในระยะเวลา 1-2 สัปดาห์ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ยา และไม่จำเป็นต้องพบแพทย์ ในบางคน ตุ่มอาจจะแตก และมีหนองออกมาหลังจาก 3-4 วันแรก

สิ่งสำคัญ คือ การประคบอุ่น โดยใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น ประคบไว้ที่ตาประมาณ 5-10 นาที 3-4 ครั้ง ต่อวัน ซึ่งจะช่วยให้เกิดการระบายหนองออกไปได้เร็วขึ้น


เมื่อใดต้องพบแพทย์

  • หากปวดมาก และแนวโน้มอาการไม่ดีขึ้น
     
  • มีอาการบวมแดงเป็นบริเวณกว้าง
     
  • มีอาการตาพร่า หรือ มองเห็นไม่ชัด

สิ่งที่ควรทำ

  • ช่วงที่มีอาการ ให้ประคบอุ่น และหลีกเลี่ยงการแต่งหน้าบริเวณดวงตา หรือใส่คอนแทคเลนส์
  • ล้างหน้าให้สะอาด และล้างเครื่องสำอางก่อนนอนทุกครั้ง
  • เปลี่ยนเครื่องสำอางที่ใช้กับตา ทุกๆ 6 เดือน

 

สิ่งที่ไม่ควรทำ

  • ห้ามพยายามบีบ หรือ เจาะตุ่มหนองออกเอง
  • ไม่ควรใช้ผ้าขนหนู ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว ร่วมกับผู้ที่มีอาการ
  • ไม่ควรขยี้ตาโดยไม่ได้ล้างมือ
  • ไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์โดยไม่ได้ล้างมือ

     

ที่มารูปภาพและข้อมูล
https://www.sikarin.com/health
http://medicalcenter.kmitl.ac.th
https://medthai.com

logoline