
"จีที200"ความสับสนของผู้ปฏิบัติ
ตกอยู่ในห้วงสุญญากาศทันทีที่ผลการตรวจสอบเครื่องตรวจวัตถุระเบิด "จีที 200" โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ออกมาว่า ใช้ไม่ได้ผล !?!
นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สั่งระงับการจัดซื้ออุปกรณ์ชนิดนี้เพิ่มเติมทันที พร้อมกับให้หน่วยงานต้นสังกัด ทั้งกองทัพและกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ที่มีเครื่องมือตัวนี้ใช้อยู่ ลงไปชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติถึงผลเสียที่จะเกิดจากการใช้
พื้นที่ที่ถูกจับจ้องมองเป็นพิเศษ คือ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งทหารและตำรวจใช้เครื่องมือชนิดนี้เป็นอุปกรณ์หลักในการตรวจหาวัตถุระเบิด
จนถึงขณะนี้ก็ยังมีความเห็นแตกแยกออกเป็นหลายฝ่ายว่า จะยังคงใช้เครื่องจีที 200 กับภารกิจในพื้นที่เสี่ยงต่อหรือไม่
บางฝ่ายยืนกรานจะยังใช้อยู่ ในขณะที่อีกฝ่ายสองจิตสองใจ ขึ้นอยู่กับคำสั่งของผู้บังคับบัญชา
นั่นคือผลกระทบจากแรงกระเพื่อมที่เริ่มกระจายออกไปเป็นวงกว้าง ไม่รู้จะไปสิ้นสุดขอบสระ (ปลายทาง) ที่ตรงไหน ?
แล้วระหว่างนี้พวกเขามีวิธีรับมือกับปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ให้งานหยุดชะงักอย่างไร ?
จีที 200 ไม่ได้ใช้ตรวจเฉพาะวัตถุระเบิดเท่านั้น แต่ยังถูกนำไปใช้ในภารกิจตรวจค้นยาเสพติดด้วย
หนึ่งในนั้นคือหน่วยงานทหารชายแดน จ.อุดรธานี ที่รับผิดชอบแนวชายแดนไทย-ลาว กินระยะทางหลายร้อยกิโลเมตร แม้ผลทดสอบจีที 200 ออกมาชัดเจนขนาดนี้เขาก็ยังยืนยันว่า จะยังคงใช้เครื่องมือชนิดนี้ในการปฏิบัติภารกิจปราบปรามยาเสพติดต่อไป
เขายกเหตุผลในการตรวจจับยาเสพติดหลายครั้ง ยืนยันได้ว่าเครื่องมือชนิดนี้ใช้ได้ผล...ได้ผลในแง่ของการบ่งชี้นำไปสู่การตรวจค้นอย่างละเอียดและพบของกลาง หรือพบสิ่งที่ยืนยันความเกี่ยวโยงระหว่างผู้ต้องสงสัยกับสารเสพติด
"แม้ไม่พบยาเสพติด แต่เมื่อเชิญตัวไปตรวจปัสสาวะพบว่ามีสีม่วง เมื่อโรงพยาบาลตรวจแล้วยืนยันผลกลับมาว่า มีสารแอมเฟตามีนในปัสสาวะ สอบถามก็ยอมรับว่าเพิ่งเสพยาบ้ามา"
แม้จะไม่ใช่ข้อมูลเชิงสถิติให้นำมาเปรียบเทียบถึงจำนวนครั้งที่แม่นยำ แต่ผลจากการปฏิบัติเช่นนั้นทำให้พวกเขา "เชื่อมั่น" ว่ามันใช้การได้จริง มีประสิทธิภาพในทางปฏิบัติจริง ?!!
เขา ยืนยันเสียงหนักแน่นด้วยว่า ถ้าไม่มีคำสั่งห้ามใช้เป็นลายลักษณ์อักษรก็จะยังคงนำไปใช้อยู่ แต่ถ้ามีคำสั่งเช่นว่าจริงก็คงต้อง "ยอม" ปฏิบัติตาม ทว่าถ้ามีเหตุจำเป็นอาจต้องชี้แจงเหตุผลขอ "นำออกมาใช้" เป็นครั้งคราวไป ทหารชุดปราบปรามยาเสพติดคนเดิม สาธยายเพิ่มเติมให้เห็นข้อจำกัดในงานปราบปรามยาเสพติดว่า...การทำงานเชิงรุกต้องอาศัยสายลับแจ้งเบาะแส นำไปสู่การตรวจค้นแหล่งต้องสงสัย จับกุม หรือล่อซื้อ
แม้แต่การใช้สุนัขก็ยังจำเป็นต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขนี้เช่นกัน แถมยังมีปัจจัยลบด้านอื่นๆ เช่น จำนวนน้อยไม่เพียงพอต่อภารกิจ เหนื่อย-ปฏิบัติหน้าที่ตลอดไม่ได้ ต้องมีเวลาพักผ่อน
แต่ถ้าใช้จีที 200 สามารถใช้ได้ตลอดเวลา ไม่ติดเงื่อนไขของเวลาและสถานที่
นั่นเป็นความเห็นของทหารชุดปราบปรามยาเสพติดชายแดนไทย-ลาว
ทีนี้ข้ามขึ้นเหนือไปที่ จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กลับมีความเห็นต่างออกไปสิ้นเชิง แม้การพูดคุยทางโทรศัพท์จะไม่เห็นหน้า แต่ฟังได้จากน้ำเสียงพออนุมานได้ว่า แม้ไม่เชิงเย้ยหยันก็ไม่ชื่นชมเครื่องจีที 200
เขา บอกว่า มันเหมือนของเด็กเล่น !?!
แม้จะเล็ก พกพาสะดวก เข้าถึงทุกพื้นที่ แต่พวกเขายังเชื่อมั่นในปฏิบัติการแฝงตัวหาข่าวโดยสายลับมากกว่า และถ้าให้เลือกระหว่าง "จีที 200" กับ "สุนัข" เขาตอบอย่างไม่ลังเลว่าขอเลือกเจ้าตูบ 4 ขา
หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ตัดสินใจเช่นนั้นก็เพราะสุนัขจมูกไว ฉลาด และได้รับการฝึกอบรมมาอย่างดี ต่างกับจีที 200 ที่ไม่รู้อาศัยหลักการอะไรมาเป็นข้อพิสูจน์
ดูเหมือนความเห็นนี้จะสอดคล้องกับ พ.ต.ท.เรืองสิทธิ์ มากศุรจิรโชติ รอง ผกก.จชต.ส่วนหน้า ยะลา นายตำรวจมวลชนผู้ไม่เคยพกปืนปฏิบัติหน้าที่ ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องจีที 200 เปรียบเทียบกับสุนัขตำรวจ...
"เครื่องมืออะไรก็ตามไม่สามารถทำงานสู้สิ่งมีชีวิตได้" พ.ต.ท.เรืองสิทธิ์ ยืนยันความเห็น
สิ่งมีชีวิตในที่นี้หมายรวมถึง "เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ" ด้วย นอกจากภารกิจค้นหาระเบิดและยาเสพติดแล้ว คนยังมีส่วนสำคัญในการสร้างมวลชนในพื้นที่ ให้ช่วยเป็นหูเป็นตาให้แก่ภาครัฐ
โดยเฉพาะในยามที่เกิดข้อกังขากับ "เครื่องมือ" เช่นนี้ เจ้าหน้าที่จะเป็นตัวแปรสำคัญในการเข้าถึงและช่วยชี้แจงทำความเข้าใจในสิ่งที่แล้วๆ มาเกี่ยวกับประเด็น "การละเมิดสิทธิมนุษยชน" ได้ดีกว่าเครื่องมือชนิดอื่นๆ
...ด้วยความเป็นทหารจึงต้องมีคำสั่งยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร ดังนั้น พ.อ.ปริญญา ฉายดิลก นายทหารประชาสัมพันธ์ กองบัญชาการผสมพลเรือนตำรวจทหาร (พตท.) จึงรอคำสั่งอย่างเป็นทางการจากผู้บังคับบัญชาว่าจะให้ดำเนินการอย่างไรต่อไปเกี่ยวกับจีที 200
ถ้ายังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงก็อาจจะต้องใช้ต่อไปจนกว่าคำสั่งจะมีมาถึง
เมื่อขอความเห็นหลังผลทดสอบจีที 200 ออกมาชัดเจนอย่างนี้ พ.อ.ปริญญาออกตัวว่า ในระดับผู้ปฏิบัติยังไม่ได้พูดคุยอะไรกัน แต่เขาเชื่อมั่นว่าขวัญและกำลังใจของทหารยังดีอยู่
เพราะหลายครั้งเครื่องทำงานได้ผล ?!
ที่สำคัญจีที 200 ไม่ใช่ทั้งหมดของปฏิบัติการ แต่ยังมีวิธีปฏิบัติอื่นๆ สนับสนุน ทั้งการตรวจยืนยันด้วยสุนัขทหาร เจ้าหน้าที่ และมวลชนในพื้นที่ ฯลฯ
คงต้องเฝ้าติดตามกันต่อไปว่า แรงกระเพื่อมจีที 200 จะส่งผลต่องานต่างๆ ถึงกับต้องหยุดชะงักลงกับที่เลย หรือว่าเป็นเพียงเศษเสี้ยวของสารพันปัญหาที่รัฐนาวา "มาร์ค-สุเทพ" ต้องฟันฝ่า !!?



