Kom Lifestyle

มาตรวจ "เต้านม" กันเถอะ เพื่ออยู่ห่างไกลจาก "มะเร็งเต้านม”

มาตรวจ "เต้านม" กันเถอะ เพื่ออยู่ห่างไกลจาก "มะเร็งเต้านม”
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์

คุณก็ทำได้ ด้วยวิธีง่ายๆ ตรวจเป็นประจำทุกเดือน ควรตรวจหลังประจำเดือนมา 7-10 วัน นับจากวันแรกของการมีประจำเดือน และตรวจในวันเดียวกันของทุกเดือน มาตรวจ “เต้านม” กันเถอะ เพื่ออยู่ห่างไกลจาก "มะเร็งเต้านม"

"มะเร็งเต้านม" เป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับหนึ่งของมะเร็งในผู้หญิง สถิติปัจจุบันพบ30-40คนต่อประชาการ100,000คน พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

โดยผู้ชายพบได้เพียง1%ของมะเร็งในผู้ชาย พบมากในช่วงอายุ45-50ปี เกิดจากหลายสาเหตุทั้งกรรมพันธุ์และความผิดปกติที่เกิดขึ้นเองภายหลัง

เพื่อให้สาวๆ ห่างไกลจากมะเร็งเต้านม  พญ.ชุตินันท์ วัชรกุล แพทย์เฉพาะทางด้านรังสีวิทยาวินิจฉัย-ภาพรังสีวินิจฉัยชั้นสูงและรังสีร่วมรักษาของเต้านม โรงพยาบาลนวเวช ให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโรคนี้ รวมทั้งมาแนะแนวทางในการตรวจเต้านมให้ทราบด้วย

ปัจจัยเสี่ยง

1.ประวัติมะเร็งเต้านมหรือรังไข่ในญาติใกล้ชิด ได้แก่ แม่ พี่สาว หรือน้องสาว

2.เคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านมมาก่อน

3.มีประวัติยีนผิดปกติ(Gene mutation)ได้แก่ ยีนBRCA1และBRCA2

4.ผู้หญิงที่ไม่มีบุตรหรือมีคนแรกขณะอายุมากกว่า30ปี

5.ผู้หญิงที่ประจำเดือนมาเร็วและหมดประจำเดือนช้า หรือใช้ยาฮอร์โมนทดแทนเป็นเวลานานกว่า10ปี

6.เคยฉายแสงบริเวณทรวงอก

แนวทางการตรวจเต้านม

1.ตรวจเต้านมด้วยตนเอง เดือนละ 1ครั้ง เมื่ออายุมากกว่า20ปี

2.ตรวจเต้านมโดยแพทย์ ทุก3ปี ตั้งแต่อายุ20ปี เป็นต้นไป หลังจากอายุ40ปี ควรได้รับการตรวจทุก1ปี

3.ควรทำแมมโมแกรม และ/หรืออัลตราซาวน์ ในช่วงอายุ35- 40ปี1ครั้งหลังจากอายุ40ปี เป็นต้นไป ควรทำทุก1ปี

4.หากมีประวัติญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่ ควรเริ่มทำการตรวจตั้งแต่อายุที่ญาติเป็น ลบออก5ปี

วิธีการตรวจเต้านมด้วยตนเอง

1.ตรวจเป็นประจำทุกเดือน โดยตรวจหลังประจำเดือนมา7-10วัน นับจากวันแรกของการมีประจำเดือน และตรวจในวันเดือนกันของทุกเดือน

2.ยืนหน้ากระจก เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงเต้านมทั้ง2ข้าง ทั้งขนาด รูปร่าง หัวนม ลักษณะผิวหนัง

3.ยกแขนขึ้นเหนือศีรษะทั้ง2ข้าง แล้วหมุนตัวช้า ๆ เพื่อดูด้านข้าง

4.ใช้มือเท้าเอวและโน้มตัวลงด้านหน้า

5.ใช้นิ้วมือบีบที่หัวนมเบา ๆ ดูว่ามีน้ำ เลือด หรือหนองไหลออกมาหรือไม่

6.เริ่มคลำเต้านมในท่ายืน โดยใช้มือซ้ายตรวจเต้านมขวา ใช้นิ้ว3นิ้ว ได้แก่ นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง ค่อย ๆ กดลงบนผิวหนังให้ทั่วเต้านมไปจนถึงรักแร้หลังจากนั้นให้เปลี่ยนคลำอีกข้างแบบเดียวกัน

7.นอนหนุนหมอนใต้ไหล่ข้างที่จะตรวจ แล้วคลำเต้านมด้วยวิธีการเดียวกับท่ายืน

ความผิดปกติที่ควรรีบพบแพทย์

1.คลำได้ก้อนบริเวณเต้านมหรือรักแร้

2.หัวนมบุ๋มหรือมีแผล

3.ผิวหนังเปลี่ยนแปลง เช่น บุ๋มลง หนา แดงร้อน หรือเปลี่ยนสี

4.เต้านมมีขนาดหรือรูปทรงเปลี่ยนแปลง

5.มีเลือดหรือน้ำไหลออกจากหัวนม

6.มีแผลที่หายยากบริเวณเต้านมและหัวนม

 การตรวจเต้านม

1.แมมโมแกรม เป็นการตรวจทางรังสีชนิดพิเศษคล้ายเอกซเรย์ เริ่มทำที่อายุ35-40ปี ในรายที่ไม่มีอาการ และทุกปีเมื่ออายุมากกว่า40ปีขึ้นไป ใช้ตรวจหาก้อนขนาดเล็ก หินปูน การดึงรั้งของเต้านม

2.อัลตราซาวด์เป็นการตรวจโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง ตรวจได้ในทุกช่วงอายุ สามารถตรวจดูก้อน ถุงน้ำ ท่อน้ำนม และต่อมน้ำเหลือง ซึ่งจะตรวจควบคู่กับแมมโมแกรมในผู้ป่วยที่อายุมากกว่า40ปี แต่ไม่สามารถทดแทนการตรวจแมมโมแกรมได้เนื่องจากไม่สามารถดูหินปูนได้

3.MRIทำในรายที่มีความเสี่ยงสูง เต้านมหนาแน่นมาก หรือตรวจพบความผิดปกติจากแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์มาก่อน

4.การเจาะชิ้นเนื้อ เมื่อมีการตรวจพบความผิดปกติของเต้านม แพทย์จะมีการพิจารณาส่งตรวจทางพยาธิวิทยา โดยการใช้เข็มเจาะชิ้นเนื้อผ่านเครื่องมือระบุตำแหน่ง ได้แก่ เครื่องอัลตราซาวด์ หรือแมมโมแกรม เพื่อเจาะได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ