Kom Lifestyle

คนไทยเตรียมรับมือกับ "1 พ.ย. ดีเดย์" การเปิดประเทศอย่างไร หากเชื้อพุ่งขึ้น

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงการณ์ "1พ.ย. ดีเดย์" เปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวกลุ่มความเสี่ยงต่ำโดยไม่ต้องกักตัว และ 1 ธ.ค.เริ่มเปิดสถานบันเทิงจำหน่ายแอลกอฮอล์ มาตรการผ่อนคลายโควิด-19 นี้เกิดกระแสว่าจะทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสูงขึ้นหรือไม่

                   จากแถลงการณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาเรื่อง "1พ.ย.ดีเดย์" ที่ได้กล่าวถึงการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ทั้งในเรื่องของการเปิดรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำและการเปิดผับบาร์ในวันที่ 1 ธ.ค. ทำให้เกิดเสียงวิพากย์วิจารณ์ในสังคมมากมาย ทั้งจากกลุ่มคนที่เห็นด้วยและกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยกับการเปิดประเทศโดยให้เหตุผลว่า 'การเปิดประเทศตอนนี้ยังเป็นเวลาที่เร็วเกินไปและจะทำให้เสี่ยงต่อการระบาดของเชื้อระลอกใหม่ได้' 

 

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศแรกที่จะเปิดประเทศ และเราสามารถเตรียมพร้อมรับมือการเปิดประเทศทั้งจากการรับผิดชอบต่อตัวเองและต่อสังคม รวมถึงการเรียนรู้จากประเทศที่ได้เปิดประเทศก่อนเราอย่างประเทศออสเตรเลีย 

 

 

รับผิดชอบต่อตนเอง = การรับผิดชอบต่อสังคม

การรับผิดชอบต่อตนเองมีความหมายเดียวกับการรับผิดชอบต่อนสังคม เพราะหากเราดูแลตัวเองอย่างดีที่สุดเราก็จะป้องกันคนรอบตัวเราจากการติดและนำเชื้อไปแพร่ต่อได้เช่นเดียวกัน ซึ่งสามารถป้องกันตัวเองได้โดยการทำตามมาตรการ "การป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล" ที่เป็นทั้งมาตรการที่องการอนามัยโลก (WHO) และมาตรการจาก ศบค. ต่างออกมาสนับสนุน 

 

ถึงแม้การเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว เปิดร้านอาหาร ผับ บาร์ ฟิตเนส จะทำให้เราออกไปพบเจอผู้คนมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เราสามารถทำตามมาตรการในส่วนที่ทำได้อย่าง การสวมหน้ากากอนามัย การกินอาหารร้อนและใช้ช้อนกลาง การล้างเจลแอลโกฮอล์อย่างสม่ำเสมอ หรือตรวจเชื้อจากชุดตรวจ ATK ด้วยตัวเองหากอยู่ในพื้นที่สุมเสี่ยง หากเรามีวินัยมากพอเราก็จะเป็นกำลังสำคัญในการช่วยป้องกันการระบาดได้มากกว่าการการ์ดตกกันโดยสิ้นเชิง 

 


ซึ่งมาตรการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาลสามารถดูได้ตามรูปภาพด้านล่างนี้

 

                             คนไทยเตรียมรับมือกับ "1 พ.ย. ดีเดย์" การเปิดประเทศอย่างไร หากเชื้อพุ่งขึ้น



เรียนรู้จากประเทศออสเตรเลีย

กว่า 18 เดือนที่ออสเตรเลียปิดพรมแดนและบังคับใช้การล็อกดาวน์อย่างเข้มงวดเพื่อระงับการระบาดของโควิด-19 อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันจันทร์ทร์ที่ 11 ต.ค. 64 เป็นต้นไป ออสเตรเลียกำลังจะออกมาจากถ้ำและจะปรับตัวให้สามารถใช้ชีวิตอยู่กับโควิด-19 ได้

เงื่อนไขของการเปิดพรมแดนออสเตรเลียจะเป็นการเลือกเปิดเมืองที่ได้รับวัคซีนครบโดส กว่า 70% ก่อนเช่น ซิดนีย์ ตอนนี้ชาวซิดนีย์ได้รับวัคซีนครบโดสคิดเป็นมากกว่า 70% ของประชากรผู้ใหญ่แล้วจึงสามารถไปร้านอาหาร บาร์ และฟิตเนสได้ ผู้คนสามารถออกมาพบปะพูดคุยกันให้หายคิดถึง แต่การกลับออกมาใช้ชีวิตนอกบ้านครั้งนี้ได้มีการคาดการณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ในซิดนีย์ที่จะเพิ่มขึ้นหลายพันราย เช่นเดียวกับในประเทศอังกฤษที่เปิดไปก่อนแล้วเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 64 แล้วตัวเลขผู้ติดเชื้อก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การเพิ่มขึ้นของตัวเลขเหล่านี้เองเป็นสิ่งที่คนไทยบางกลุ่มกังวลว่าจะเกิดขึ้นกับประเทศไทยและกลายเป็นการติดเชื้อระลอกใหม่

 

ดังนั้นสิ่งที่เราสามารถทำได้ในช่วงนี้คือรอดูสถานการณ์จากการเปิดเมืองซิดนีย์ว่าเมื่อมียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ซิดนีย์มีวิธีการบริหารระบบโรงพยาบาลเพื่อรับมือกับผู้ป่วยรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างไร ปรับตัวให้เข้ากับการใช้ชีวิตร่วมกับโควิดอย่างไร เพื่อนำมาเป็นแนวทางการใช้ชีวิตร่วมกับโควิดของคนในประเทศไทย
 

                        คนไทยเตรียมรับมือกับ "1 พ.ย. ดีเดย์" การเปิดประเทศอย่างไร หากเชื้อพุ่งขึ้น

                        คนไทยเตรียมรับมือกับ "1 พ.ย. ดีเดย์" การเปิดประเทศอย่างไร หากเชื้อพุ่งขึ้น


ที่มารูปภาพและข้อมูล:
edition.cnn.com/2021/10/10/australia/australia-sydney-lockdown-vaccinations-intl-hnk-dst/index.html
https://www.komchadluek.net/news/487755