
สทศ.ไม่ประกาศผลโอเน็ตป.6จำนวน3โรง
สทศ.สรุปพบทุจริตโอเน็ต ป.6 ทั้งหมด 3 โรง แจงมีที่บุรีรัมย์ ขอนแก่น และสุพรรณบุรี ส่วนที่จันทบุรีนั้น เป็นความผิดของ อ.ต่าง ร.ร.ที่บอกรูปแบบข้อสอบ ทั้งๆ ที่ผู้คุมสอบห้ามดูข้อสอบ ลั่นไม่ประกาศผล 3 โรง จนกว่าจะตรวจเสร็จ พร้อมเผยรมว.ศึกษาธิการ เตรียมหารือกับ
ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน ผอ.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยว่า จากการสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐานหรือโอเน็ต ระดับชั้น ป.6 เมื่อวันที่ 2-3ก.พ. และ ม.3 เมื่อวันที่ 4-5 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า จากการรายงานเหตุผิดปกติในการสอบจากสนามสอบ พบเหตุปกติ หรือเข้าข่ายทุจริตเฉพาะในการสอบระดับชั้นป.6 ได้แก่ 3 โรงเรียน
คือ ร.ร. จ.บุรีรัมย์ ,ขอนแก่น และสุพรรณบุรี ส่วนร.ร.จันทบุรี ที่เคยรายงานต่อสื่อมวลชนไปนั้น ไม่ใช่ความผิดของนักเรียน เนื่องจากเป็นความผิดของครู และให้เด็กสอบใหม่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น สทศ.จะประกาศผลสอบให้ อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นนี้ สทศ.จึงทำเรื่องขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา,สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตรวจสอบ และจะไม่มีการประกาศคะแนนในโรงเรียนทั้ง 3 โรงนี้ จนกว่าจะตรวจสอบเสร็จ ทั้งนี้ส่วนตัวเห็นว่าการออกมาป้องปรามไม่ให้มีการทุจริตในการสอบ ก็ทำให้การจัดสอบเรียบร้อยดี แม้ว่าตนจะถูกต่อว่าจากครูผู้คุมสอบก็ตาม
ผอ.สทศ. กล่าวต่อว่า การตรวจสอบความผิดปกติของการสอบโอเน็ต จะดำเนินการต่อไป แม้การจัดสอบเสร็จแล้วและไม่มีการร้องเรียนเข้ามาก็ตาม โดยสามารถตรวจสอบความผิดปกติได้จากกระดาษคำตอบและคะแนนสอบ เช่น 1.หากพบว่า คะแนนสอบโอเน็ตปีนี้เปรียบเทียบกับปีก่อนและพบว่ามีความแตกต่างกันราวฟ้า ดิน หรือ 2.กรณีคะแนนสูงสุดและต่ำสุดของโรงเรียนเดียวกันมีความใกล้เคียงกันมาก ซึ่งทั้ง 2 กรณีนี้จะดึงกระดาษคำตอบมาดูอย่างละเอียดว่ามีการลบหรือผิดปกติหรือไม่ โดยเฉพาะโรงเรียน 4 โรงที่มีการร้องเรียนข้างต้น
ศ.ดร.อุทุมพร กล่าวอีกว่า จากการหารือกับนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ เกี่ยวกับการนำคะแบบโอเน็ตไปใช้ประโยชน์ กรณี ผลสอบโอเน็ตป.6 เพื่อสอบเข้าม.1 และ โอเน็ตม.3 เข้าม.4 ซึ่งเรื่องนี้นายชินวรณ์ เห็นด้วยที่จะให้มีการนำไปใช้ แต่จะต้องมีการหารือกับ สพฐ.เกี่ยวกับปฏิทินการสอบคัดเลือก ม.1 กับการประกาศผลสอบโอเน็ตให้สอดคล้องกัน ซึ่งหากลงตัวก็น่าจะเริ่มใช้ได้ในปีหน้า ส่วนการนำคะแนนโอเน็ตเป็นส่วนหนึ่งของการจบการศึกษาหรือ exit-exam นั้น นายชินวรณ์ก็เห็นด้วยในหลักการแต่ต้องหารือ สพฐ.ก่อน เนื่องจากนายชินวรณ์ระบุว่า ข้อสอบโอเน็ตน่าเชื่อถือ



