Kom Lifestyle

"ชนแล้วอย่าหนี" มีไม่มีก็มาเคลียร์กันตรงๆ

"ชนแล้วอย่าหนี" มีไม่มีก็มาเคลียร์กันตรงๆ
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ถามว่าการเกิดอุบัติเหตุรถชนเป็นเรื่องธรรมดาในสังคมไหม เราก็จะขอตอบว่าใช่ แต่ถึงอย่างไรเราสามารถป้องกันการเกิดอุบัติเหตุได้ด้วยการขับรถอย่างไม่ประมาท แต่หากเกิดเรื่องแล้ว การแสดงความรับผิดชอบถือเป็นหน้าที่ของ พลเมืองที่ดี

เมื่อเกิดเหตุรถชน สิ่งที่เราควรทำคือ หยุดรถแล้วลงจากรถทันที เพื่อแสดงความรับผิดชอบไม่ว่าเราจะเป็นฝ่ายถูกหรือผิดก็ตาม โดยเฉพาะถ้าเราเป็นฝ่ายที่ไปชนเขา แต่ถ้าเราขับรถหนีไป เราจะโดนสันนิษฐานว่าเป็นคนผิดทันทีและการตามจับในสมัยนี้ก็เป็นทำได้ไม่ยากเพราะรถรุ่นใหม่มักจะมีกล้องหน้ารถติดมาด้วย และถึงแม้จะไม่ใช่รถรุ่นใหม่แต่ผู้ใช้รถสมัยนี้ก็นิยมซื้อกล้องมาติดกันมากขึ้นทำให้การตามจับด้วยเลขทะเบียนทำได้ไม่ยาก
 

       "ชนแล้วอย่าหนี" มีไม่มีก็มาเคลียร์กันตรงๆ

 

หากหนีจะถือว่าเป็นคดีอาญา และหากไม่ไปมอบตัวภายใน 6 เดือนจะถูกยึดรถ แต่หากจะหลบหนีต้องหลบหนีนานถึง 15 ปียังไม่นับรวมกรณีมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ค่าเสียหายอื่นๆ แต่ในทางกลับกันถ้าเราลงมาช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ แม้ว่าจะเป็นฝ่ายผิดถึงขั้นขึ้นศาล ศาลก็จะปราณีลดโทษให้ตามความเหมาะสม

หากชนแล้วคิดจะหนีก็เตรียมรับผลตามนี้

พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 78 ได้ระบุถึงความผิดฐานไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือว่า

"ผู้ใดขับรถหรือขี่หรือควบคุมสัตว์ ในทางซึ่งก่อให้เกิดความ เสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นความผิดของผู้ขับขี่ หรือผู้ขี่หรือควบคุมสัตว์หรือไม่ก็ตาม ต้องหยุดรถ หรือสัตว์ และให้ความ ช่วยเหลือตามสมควรและพร้อมทั้งแสดงตัวและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่ใกล้เคียงทันที กับต้องแจ้งชื่อตัว ชื่อสกุล และที่อยู่ของตนและหมายเลข ทะเบียนรถแก่ผู้ได้รับความเสียหายด้วย"

 

หากเราหลบหนีแล้วโดนจับได้ จะมีบทลงโทษ ดังนี้

- กรณีที่ไม่มีผู้บาดเจ็บ หรือถึงแก่ชีวิต : จำคุก 3 เดือน หรือ ปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

- กรณีมีผู้บาดเจ็บ หรือถึงแก่ชีวิต : จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือ ปรับตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


       "ชนแล้วอย่าหนี" มีไม่มีก็มาเคลียร์กันตรงๆ

ที่มาข้อมูล:
www.silkspan.com/online/article/auto

logoline