ไลฟ์สไตล์

 “ธีระ”สั่งกรมศิลป์ทำ“ตะกรุด”ขายต่างชาติ

“ธีระ”สั่งกรมศิลป์ทำ“ตะกรุด”ขายต่างชาติ

11 มี.ค. 2552

“ธีระ” ปลุกเครื่องรางของขลัง สั่งกรมศิลป์ ลงลายไทย “ตะกรุด” เป็นสินค้าวัฒนธรรม หวังใช้ความเชื่อ ปลุกคนไทย-ต่างชาติใช้ประดับแขวนคอ เผยแม้แต่นักฟุตบอลระดับโลกยังมาฝังตะกรุดกับเกจิดังเมืองไทย ย้ำไม่ได้ทำให้คนงมงาย

นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการเสวนาทางวิชาการเรื่อง “ลูกปัด : องค์ความรู้และการปกป้องคุ้มครอง” ณ สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ว่า ได้ฝากโจทย์ให้นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดวธ. นายเกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร และนักวิชาการ ช่วยศึกษาเรื่องการค้าขายทางทะเล เกี่ยวกับ เส้นทางการค้าขายโบราณวัตถุทั้งทางน้ำและทางบก และให้ศึกษาข้อดีข้อเสียของการจัดทำสินค้าที่ระลึก เครื่องประดับ ซึ่งสามารถนำมาเป็นอุตสาหกรรมทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะเรื่องลูกปัด อยากให้นำไปผลิตเป็นเครื่องประดับเช่นเดียวกับต่างประเทศ อาทิ ในประเทศตุรกี มีการจัดทำเรื่องราวของบลูอายส์ หรือดวงตาสีฟ้า เป็นสินค้าที่ระลึกที่มีความเชื่อมโยงระหว่างประวัติศาสตร์และความเชื่อชาวกรีก-โรมัน จนทำให้เป็นสินค้าที่ขายดีมาก
 นายธีระ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังได้มอบหมายให้ กรมศิลปากร ไปศึกษาข้อดีข้อเสียของการทำตะกรุด ไม่จำเป็นว่าต้องทำจากเงินหรือทอง แต่อยากให้มีการใส่ลวดลายไทยลงไป เพื่อทำเป็นเครื่องประดับ ที่มีความเชื่อทางจิตใจ เพราะตั้งแต่สมัยโบราณเมื่อทหารออกรบจะมีการพกตะกรุดไปด้วย ซึ่งเชื่อว่า ตะกรุดจะสามารถผลิตเป็นอุตสาหกรรมวัฒนธรรมได้
 ทั้งนี้หากได้มีการติดตามข่าวสารที่ผ่านมา จะพบว่า มีนักฟุตบอลชาวอิตาเลียนที่มีชื่อเสียงของโลกยังเคยเดินทางมาฝังตะกรุดกับพระชื่อดังในเมืองไทย เพราะคิดว่าเมื่อฝังตะกรุดแล้วจะเตะฟุตบอลได้เก่ง จึงคิดว่าหากเราตะกรุดให้เป็นเครื่องประดับไว้ใช้แขวนคอก็คงจะดูดี จะเป็นได้ทั้งเครื่องรางและเครื่องประดับ
 “เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่งมงาย ซึ่งในต่างประเทศก็ทำ ตะกรุดเป็นสิ่งที่มีอยู่ในประวัติศาสตร์สุโขทัย แต่การทำสินค้าวัฒนธรรมไม่จำเป็นต้องปลุกเสก เพราะเป็นเพียงสินค้าที่ระลึกเท่านั้น ที่สำคัญไม่อยากให้ประชาชนงมงาย อย่างไรก็ตาม ได้ให้นักวิชาการที่เกี่ยวข้องศึกษาข้อดีและข้อเสียถึงความเป็นไปได้ในการจัดทำตะกรุด และจะต้องไม่ขัดต่อกฎหมายการลอกเลียนแบบ” รมว.วัฒนธรรม กล่าว