
พบตำแหน่งยีน"บีพีเอช3-4" ความหวังต้านเพลี้ยกระโดดฯ
คราวที่แล้ว ได้พูดถึงพันธุ์ข้าว กข 29 (ชัยนาท 80) กับ กข 31 ที่มีคุณสมบัติค่อนข้างต้านทานต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้ระดับหนึ่ง
ล่าสุดมีความคืบหน้าอีกครับ คือ รองอธิบดีกรมการข้าว "คุณสำลี บุญญาวิวัฒน์" บอกมาว่า ขณะนี้มีนักวิจัยจากศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานี สำนักวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว ประสบความสำเร็จในการใช้เทคโนโลยีชีวภาพช่วยในการค้นหาตำแหน่งยีนบีพีเอช 3 จากพันธุ์ข้าวราตูฮีนาติ (Rathu Heenati) และค้นหาตำแหน่งยีนบีพีเอช 4 จากพันธุ์ข้าวบาบาวี (Babawee) พบว่า ยีนทั้งสองมีตำแหน่งอยู่ใกล้กันบนโครโมโซม 6 ซึ่งต่อไปจะสามารถนำไปต่อยอดในการพัฒนาพันธุ์ข้าวคุณภาพ ที่ต้านทานต่อโรคเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ที่กำลังคร่าข้าวในนาของเกษตรกรเสียหายอย่างยับเยิน
การค้นพบตำแหน่งของยีนบีพีเอช 3 จากพันธุ์ข้าวราตูฮีนาติ และค้นหาตำแหน่งยีนบีพีเอช 4 จากพันธุ์ข้าวบาบาวีที่ว่านี้แหละครับ ที่เป็นความหวังว่า ในอนาคตเราจะสามารถกำจัดมหันตภัยร้ายจากศัตรูพืชพวกเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้
นักวิจัยของศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานีค้นพบตำแหน่งของยีนบีพีเอช 3 จากพันธุ์ข้าวราตูฮีนาติ และค้นหาตำแหน่งยีนบีพีเอช 4 จากพันธุ์ข้าวบาบาวี ด้วยการใช้เทคนิคเครื่องหมายโมเลกุล เพื่อช่วยในการคัดเลือกครับ ไม่ใช่เทคนิคการตัดต่อยีนที่จะทำให้เกิดข้าวตัดแต่งทางด้านพันธุวิศวกรรม หรือจีเอ็มโอ (GMOs) ตามที่หลายคนกลัวกัน จึงทำให้ได้สายพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพดีเหมือนพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 หรือข้าวหอมมะลิ 105 ที่สำคัญให้ผลผลิตสูงกว่า มีความต้านทานต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและเพลี้ยกระโดดหลังขาว
นักวิจัยชุดนี้ ใช้ระยะเวลาศึกษาวิจัยเพียง 5 ปีเท่านั้นครับ จากปกติโดยทั่วไปต้องใช้เวลานานถึง 10 ปีหรือมากกว่า เท่ากับเป็นการลดระยะเวลา และลดลักษณะที่ไม่ต้องการที่ติดมากับลักษณะที่ต้องการด้วย
งานวิจัยชิ้น รองอธิบดีกรมการข้าวบอกว่า อนาคตจะก่อให้เกิดผลดีต่อการพัฒนาสายพันธุ์ข้าวของไทย และจะเป็นแนวทางการลดระยะเวลาพัฒนาสายพันธุ์ข้าวให้มีความต้านทานต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและเพลี้ยกระโดดหลังขาว ที่ปัจจุบันนี้ยังเป็นปัญหาของเกษตรกรไทย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีความสำเร็จในการใช้เครื่องหมายโมเลกุลพัฒนาสายพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพดีเหมือนพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 และต้านทานต่อเพลี้ยกระโดด แต่ว่าปัจจุบันเพลี้ยกระโดดก็มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงประชากรอยู่ตลอดเวลา จนสามารถเข้าทำลายพันธุ์ต้านทานได้เช่นกัน
ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาแหล่งยีนต้านทานใหม่ๆ มาใช้ในโครงการปรับปรุงพันธุ์อย่างเร่งด่วน ซึ่งขณะนี้ศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานีกำลังศึกษาหาตำแหน่งยีนต้านทานบนโครโมโซมจากสายพันธุ์ข้าวที่ได้รับยีนต้านทานจากข้าวป่า (Oryza minuta) และพยายามพัฒนาเครื่องหมายโมเลกุลเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาสายพันธุ์ข้าวให้ต้านทานต่อเพลี้ยกระโดดต่อไปครับ
ก็นับว่าเป็นอีกความหวังหนึ่งของเกษตรกรชาวนาไทยครับ !
"ดลมนัส กาเจ"



