ไลฟ์สไตล์

ดุริยางค์สามหลัก"โพนทอง"สื่อรักนักเรียนครูชาวบ้าน

ดุริยางค์สามหลัก"โพนทอง"สื่อรักนักเรียนครูชาวบ้าน

15 ก.พ. 2553

เสียงแคนสอดประสานกับเสียงอังกะลุงและเมโลเดียนอย่างกลมกลืนจากฝีมือการบรรเลงของนักเรียนวงดุริยางค์สามหลัก โรงเรียนบ้านโพนทอง อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์

สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครสวรรค์ เขต 3 แว่วให้ได้ยินทันทีที่เท้าก้าวย่างผ่านเข้ารั้วโรงเรียน ซึ่งวงดุริยางค์นี้เกิดขึ้นจากนโยบายของนางขนิษฐา บุญดิเรก ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโพนทอง ที่ไม่ต้องการให้วงดุริยางค์ของโรงเรียนต้องสลายไปพร้อมกับการเกษียณอายุราชการของอาจารย์ผู้ควบคุมวง และต้องการให้นักเรียนสืบสานดนตรีพื้นบ้าน โดยเฉพาะแคน เนื่องจากในชุมชนมีคนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือย้ายถิ่นที่อยู่เข้ามาอาศัยจำนวนมาก

 นางขนิษฐา ย้อนอดีตว่า เดิมทีวงดุริยางค์ของโรงเรียนเป็นวงดุริยางค์ธรรมดา มีเพียงกลอง เบลไล่รา หรือนิ้งหน่อง อังกะลุง และเมโลเดียน กระทั่งเกือบ 3 ปีก่อน เชิญหมอแคนในชุมชนมาเป็นครูถ่ายทอดความรู้เรื่องการเป่าแคนให้แก่นักเรียน จนเด็กเล่นเครื่องดนตรีหลักทั้ง 3 ชนิดได้ แต่โน้ตมีความแตกต่างกันทำให้เล่นรวมวงไม่ได้ ครูและนักเรียนต้องช่วยกันค้นคว้าความรู้เพิ่มเติม เพื่อปรับโน้ตเครื่องดนตรีให้สามารถบรรเลงร่วมกันได้อย่างลงตัว

 “การส่งเสริมให้นักเรียนเล่นดนตรี ช่วยให้เด็กมีความสุข มีสมาธิ คลายเครียด ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ ไม่หันไปสนใจอบายมุข ที่สำคัญทำให้เด็กรักโรงเรียน เมื่อมีกิจกรรมใดก็พร้อมที่เข้าร่วมและให้ความร่วมมือด้วยความเต็มใจ รวมถึงการตั้งใจเรียนด้วย” นางขนิษฐากล่าว

 ปัจจุบันโรงเรียนบ้านโพนทองมีนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 1 ถึง ป.6 เกือบ 200 คน แต่สามารถรับเข้าเป็นสมาชิกวงดุริยางค์ได้เพียง 40 คน ตามจำนวนของเครื่องดนตรี แบ่งเป็นเป่าแคน 4 คน เมโลเดียน 8 คน อังกะลุง 10 คน ที่เหลือตีกลอง นิ๊งหน่องและอื่นๆ ทว่าจำเป็นต้องเปิดโอกาสให้นักเรียนทุกคนได้มีความรู้และความสามารถด้านดนตรีด้วย จึงให้นักเรียนรุ่นพี่ในวงดุริยางค์ทำหน้าที่สอนน้องๆ โดยใช้เวลาในช่วงพักกลางวันหรือยามว่าง และอนุญาตให้นักเรียนนำเครื่องดนตรีกลับไปฝึกซ้อมที่บ้าน ผู้ปกครองรับรู้ช่วยกันบริจาคเงินให้โรงเรียนสำหรับใช้ในการซ่อมแซมเครื่องดนตรีด้วย

 นายวิสุทธิ์ พวงจำปี อาจารย์ผู้ควบคุมวง เสริมว่า แม้ตนจะไม่มีความรู้ด้านดนตรีมาก่อน แต่เมื่อได้รับมอบหมาย ด้วยหน้าที่แห่งความเป็นครูต้องพยายามให้ถึงที่สุด เพราะชาวบ้านและนักเรียนฝากความหวังในการสานต่อวงดุริยางค์อย่างมาก ตนจึงไปนั่งเรียนจากอาจารย์คนก่อนพร้อมๆ กับนักเรียน ทำให้พอที่จะมีความรู้ด้านดนตรีเพิ่มขึ้น บวกกับระยะแรกขอร้องให้นักเรียนที่เป็นศิษย์เก่ามาช่วยสอนศิษย์ปัจจุบัน จากนั้นก็ให้นักเรียนรุ่นพี่ในโรงเรียนนำความรู้มาถ่ายทอดต่อให้รุ่นน้อง

 นายวิสุทธิ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า ช่วงแรกที่จะนำแคนมาร่วมบรรเลงในวงพร้อมกับเมโลเดียน และอังกะลุง ไม่สามารถเล่นร่วมกันได้ เพราะตัวโน้ตของเครื่องดนตรีแต่ละชนิดต่างกัน ตนและนักเรียนต้องนำโน้ตมานั่งไล่แล้วปรับแก้ เพื่อหาโน้ตกลางที่ทำให้เล่นร่วมกันได้โดยที่เสียงไม่เพี้ยนและฟังไพเราะ เมื่อตัวโน้ตลงตัว นักเรียนรุ่นพี่จะนำไปบอกรุ่นน้องให้ท่องจำสำหรับการเล่นรวมวง การสอนจะเป็นไปในลักษณะนี้ทุกครั้งที่จะมีการเล่นเพลงใหม่ๆ ปัจจุบันนักเรียนเล่นได้ทั้งเพลงพื้นฐานอย่างเพลงชาติ เพลงกราวกีฬา ถึงเพลงไทยลูกทุ่ง จนชาวบ้านเชิญให้ไปร่วมกิจกรรมทั้งยามมีงานบวช งานกีฬา และงานบุญงานกุศล

 "การที่ผู้บริหารโรงเรียน ครู ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบันและผู้ปกครองร่วมมือช่วยเหลือกันและกัน ส่งผลให้วงดุริยางค์ของโรงเรียนบ้านโพนทองยืนหยัดอยู่ได้จนถึงปัจจุบัน ทั้งที่เป็นเพียงโรงเรียนวัดและมีโรงเรียนเอกชนรายล้อมหลายแห่ง แต่โรงเรียนรัฐบาลแห่งนี้ก็ยังคงมีนักเรียนจำนวนไม่น้อย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะจุดเด่นในเรื่องของวงดุริยางค์ ที่ใช้ดนตรีเป็นสื่อในการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันและกัน ปัญหาในโรงเรียนหรือปัญหาสังคมในพื้นที่ก็มีน้อย เพราะทุกคนรัก สามัคคี พร้อมช่วยเหลือกัน" นายวิสุทธิ์ กล่าวอย่างภาคภูมิใจ

 "น้องปอ" ด.ญ.ชลิสา เปรมปรี วัย 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 ร.ร.บ้านโพนทอง บอกว่า สนใจและเริ่มเรียนรู้การเล่นดนตรีตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ป.3 จึงเล่นเครื่องดนตรีที่มีอยู่ในวงดุริยางค์ได้แทบทุกชนิด เช่น แคน อังกะลุง ขลุ่ย และเมโลเดียน ช่วงพักกลางวันและหลังเลิกเรียน ตนและเพื่อนๆ จะช่วยกันสอนรุ่นน้องให้เล่นดนตรี

  มีอาจารย์คอยให้ความช่วยเหลือและดูแล หากน้องคนไหนตีผิดหรือไม่เข้าใจตรงจุดใด จะต้องอธิบายจนเข้าใจและเล่นเครื่องดนตรีที่เขาสนใจได้ เพราะการเล่นดนตรีช่วยให้เพลิดเพลิน สนุกสนาน ไม่เครียด และจะเป็นความสามารถพิเศษที่ติดตัวไปจนโต และยังสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการผ่อนคลายได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

 สนใจแลกเปลี่ยนเรียนรู้การผสมผสานเครื่องดนตรีหลัก 3 ชนิดเป็นหนึ่งเดียว สำหรับใช้บรรเลงในวงดุริยางค์และเป็นสื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครูกับนักเรียน นักเรียนกับนักเรียน และโรงเรียนกับชุมชนกับโรงเรียนบ้านโพนทอง ติดต่อโทรศัพท์ 0-5626-1961