
สธ.อุ้มหนุ่มบอดใช้น้ำยาป้าเช็งส่งรักษาราชวิถี
เหยื่อยาหยอดตา ป้าเช็ง หวั่นตาขวาบอดอีก เผยเชื้อโรคเริ่มลามจากตาซ้ายไปตาขวาแล้ว ระบุคู่กรณีไม่เคยติดต่อเข้ามาช่วยค่ารักษา ขณะที่ สธ.โดดอุ้ม รับเข้ารักษาที่โรงพยาบาลราชวิถี ชี้ผลวินิจฉัยเบื้องต้นของแพทย์อาจจะต้องควักตาข้างซ้ายออก
ยังคงเดินหน้าเข้าแจ้งความอย่างต่อเนื่องสำหรับผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบจากการใช้น้ำมหาบำบัด และน้ำเจียระไนเพชรของ น.ส.ศรวรรณ ศิริสุนทรินทร์ อายุ 72 ปี หรือป้าเช็ง ล่าสุด เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ นายสมชาย เถื่อนศรี อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 82 หมู่ 7 ต.ห้วยกลุ่ม อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท ผู้เสียหาย ที่อ้างว่าเกิดอาการตาบอดจากการใช้น้ำมหาบำบัด และน้ำเจียระไนเพชร เดินทางมาตรวจอาการที่กลุ่มงานจักษุวิทยา ชั้น 3 โรงพยาบาลชลบุรี พร้อมร้องต่อสื่อมวลชนชลบุรีว่า ตอนนี้ตาข้างซ้ายบอดสนิท และเริ่มมีท่าทีจะลามไปสู่ตาขวา ขณะนี้ใช้เงินของตัวเองหมดไปกว่า 3 หมื่นบาทแล้ว หากแพทย์ต้องผ่าตาออกยังไม่รู้จะหาเงินมาจากไหน อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ป้าเช็งยังไม่เคยติดต่อเพื่อช่วยเรื่องค่ารักษาพยาบาลแต่อย่างใด
วันเดียวกัน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงการให้ความช่วยเหลือนายสมชาย ผู้เสียหายที่มีอาการตาบอดว่า กระทรวงสาธารณสุขจะรับผู้ป่วยรายดังกล่าวเข้ามารักษาที่โรงพยาบาลราชวิถี ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์นี้ และรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลให้ โดยที่ผู้ป่วยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งนี้จากการวินิจฉัยเบื้องต้นของแพทย์อาจจะต้องควักตาข้างซ้ายออก ส่วนกรณีที่ผู้ป่วยให้การว่า เกิดจากการใช้น้ำมหาบำบัดของป้าเช็งนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องพิสูจน์ต่อไป
อย่างไรก็ตาม สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ส่งตัวอย่างน้ำที่ได้จากผู้ป่วยรายนี้ส่งให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจสอบแล้ว คาดว่าจะทราบผลภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งถือเป็นตัวอย่างแก่ประชาชนในการเลือกใช้สินค้าต่างๆ จำเป็นต้องทำด้วยความระมัดระวัง ส่วนกรณีลูกชิ้นปลาเรืองแสง ที่ จ.สมุทรสาคร ได้นำตัวอย่างตรวจสอบแล้วเช่นกัน คาดว่าจะทราบผลภายในวันจันทร์หน้า



