
อย.คาด"ลูกชิ้นปลาเรืองแสง"เกิดจาก2สาเหตุ
อย.คาดลูกชิ้นปลาเรืองแสง เกิดจาก 2 สาเหตุ ไม่ปนเปื้อนแบคทีเรีย ก็ใส่สารโซเดียม ไตรโพลีฟอสเฟต ทำให้เหนียวนุ่ม 22 ก.พ. แถลงผลตรวจ
ที่กระทรวงสาธารสุข เมื่อวันที่ 15 ก.พ. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีลูกชิ้นปลาเรืองแสง ว่า ในวันนี้ นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธีการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ อย. ประสานกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาครและพื้นที่เกี่ยวข้อง ไปสุ่มเก็บตัวอย่างลูกชิ้นปลามาตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นอกจากนี้ยังได้นำลูกชิ้นปลาที่ทางผู้สื่อข่าวนำมามอบให้ไปตรวจสอบด้วย คาดว่าในวันจันทร์ที่ 22 ก.พ. จะแถลงผลการตรวจสอบให้ทราบได้ โดยจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ในการเพาะเชื้อและตรวจสอบว่า สารเรืองแสงที่พบนั้นเกิดจากอะไรกันแน่
ด้าน นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการ อย. กล่าวว่า ในเบื้องต้นได้มีการสันนิษฐานว่า ลูกชิ้นปลาเรืองแสงที่พบนั้นน่าจะเกิดจาก 2 สาเหตุ คือ 1. อาจมีการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียวิบริโอ และแบคทีเรียสูโดโมแนส และ 2 อาจมีสารผสมอาหารที่ช่วยให้เหนียวนุ่มน่ารับประทาน คือ โซเดียม ไตรโพลีฟอสเฟต ซึ่งตามกฎหมายอนุญาตให้มีได้ไม่เกิน 300 พีพีเอ็ม(ส่วนในล้านส่วน) ดังนั้นต้องรอดูผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการว่าจะมีสารชนิดใดบ้าง สำหรับคำแนะนำประชาชนคือไม่ควรบริโภคลูกชิ้นปลาเรืองแสง ในกรณีที่จะรับประทานลูกชิ้นปลาควรนำมาต้มนาน ๆ ไม่ควรนำไปยำโดยไม่ผ่านความร้อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้ไปซื้อลูกชิ้นปลาที่ร้านค้าแห่งหนึ่งในตลาดชื่อดัง จ.ปทุมธานี ที่พลเมืองดี นำมาร้องเรียน ทั้งลูกชิ้นรักบี้ ลูกชิ้นปลาจาก เยาวราช และลูกชิ้นปลาทรงกลมปกติ ปรากฏว่า ในช่วงกลางคืนลูกชิ้นทั้ง 3 ถุงที่แช่ไว้ในตู้เย็น ปรากฏสารเรืองแสงสีเขียว ๆ ฟ้า ๆ จาง ๆ เช่นเดียวกัน แต่เมื่อนำมาเขย่า พบว่า ลูกชิ้นยิ่งเรืองแสงมากขึ้น และเมื่อหยุดเขย่า น้ำลูกชิ้นในถุงก็กลับเป็นสีปกติ พอเขย่าอีกครั้งก็เรืองแสงขึ้นมา เมื่อผ่าดูปรากฏว่า เนื้อในลูกชิ้นไม่พบว่า มีสารเรืองแสงแต่อย่างใด เมื่อนำลูกชิ้นเรืองแสงไปล้างน้ำเปล่า ปรากฏว่า ใช้เวลาสักพักสารเรืองแสงก็หลุดออกไป ทั้งนี้พอถึงช่วงเช้าสายเรืองแสงก็จางไปและไม่ปรากฎการเรืองแสงอีก



