
สวนสัตว์ไทยเจ๋งตั้งสถาบันฝึกแมวน้ำโชว์สำเร็จ
สวนสัตว์ไทย เจ๋งตั้งสถาบันฝึกสอนแมวน้ำแสนรู้ แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมประสบความสำเร็จเพาะพันธุ์เสือลายเมฆได้สำเร็จ
นายโสภณ ดำนุ้ย ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ง แวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้องค์การสวนสัตว์ ได้ตั้งโรงเรียนสอนการแสดงความสามารถของแมวน้ำขึ้นที่ สวนสัตว์นครราชสีมา ซึ่งสามารถฝึกแมวน้ำให้แสดงโชว์ได้แล้ว 16 ตัว และถูกส่งไปยังสวนสัตว์ต่างๆเพื่อแสดงให้ประชาชนชื่นชม คือ เชียงใหม่ ตรัง สงขลา นครราชสีมา และสวนสัตว์ดุสิต ที่เพิ่งจะเปิดตัวการแสดงของแมวน้ำที่เมื่อสัปดาห์ก่อน สำหรับแมวน้ำที่นำมาฝึกเป็นพันธุ์เคปเฟอร์ชีล จากประเทศแอฟริกาใต้ 4 ตัว และปี 2550 ซื้อเพิ่มมาอีก 4 ตัวจากราคาแค่ตัวละ 3 แสนบาทเป็นแมวน้ำธรรมดา ไม่ได้ผ่านการฝึก ต่อมาเห็นว่าแมวน้ำเหล่านี้น่าจะแสดงอะไรได้บ้าง เพราะสวนสัตว์ในต่างประเทศจะมีครูฝึกแมวน้ำให้แสดงต่างๆได้ จึงจ้างครูจากแอฟริกาใต้มาสอนให้แมวน้ำแสดงบ้าง
“หลังจากฝึกแมวน้ำแล้วเปิดอบรมเจ้าหน้าที่สวนสัตว์เพื่อไปฝึกแมวน้ำอีกที จนสามารถตั้งเป็นโรงเรียนฝึกแมวน้ำได้เป็นแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ มีแมวน้ำที่จบหลักสูตรและสามารถออกแสดงได้ 16 ตัวด้วยกัน การฝึกแมวน้ำเพื่อให้เชื่องและสามารถแสดงต่อหน้าผู้คนได้ ต้องใช้เวลาประมาณ 1 ปี โดยแมวน้ำนั้นจะมีความฉลาดเทียบเท่าสุนัขพันธุ์ลาบราดอร์ ที่ตำรวจใช้ในการดมกลิ่นตามหายาเสพติด ” นายโสภณ กล่าว
นายโสภณ กล่าวว่า เดิมที่สวนสัตว์มีโครงการจะซื้อแมวน้ำเพิ่ม แต่ปรากฏว่ากฏหมายการจับแมวน้ำของแอฟริกาใต้ค่อนข้างเคร่งครัดขึ้น ผู้ที่จับต้องมีใบอนุญาต และมีการจองคิวกันยาวมาก ที่สำคัญราคาสูงขึ้นจาก 3 แสน ขึ้นเป็นคู่ละ 16 ล้านบาท ซึ่งแพงเกินไป สวนสัตว์จึงมีโครงการที่จะผสมพันธุ์แมวน้ำที่ มีอยู่ให้ออก ลูก แทนที่จะไปซื้อเขา ที่ผ่านมาก็สามารถผสมพันธุ์จนได้ลูกแมวน้ำมาแล้ว 3 ตัวด้วยกัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการคัด เลือกไม่ให้อยู่ในสายเลือดเดียวกัน ปัญหาคือ แมวน้ำทุกตัวจะต้องออกแสดงทุกวัน ในช่วงกลางวัน พวกมันจึงไม่ค่อยมีเวลาจะจีบหรือเกี้ยวพาราสีกัน โอกาสผสมพันธุ์จึงยาก เพราะแมวน้ำค่อนข้างจะต้องการอารมณ์และ บรร ยากาศในการผสมพันธุ์ค่อนข้างสูง อย่างไรก็ตามขณะนี้ผมให้เจ้าหน้าที่วางแผนเตรียมการเพื่อให้ดำเนินการเรื่องนี้แล้ว ” นายโสภณ กล่าว
ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้สวนสัตว์ยังประสบความสำเร็จในการเพาะขยาย พันธุ์เสือลายเมฆ ซึ่งเป็น 1 ในสัตว์ตระกูลเสืออีก 4 ชนิด ที่อยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ในธรรมชาติมาก เพราะเสือชนิดนี้จับคู่ยาก และอัตราการรอดของลูกก็ยากเช่นกันทำให้ในธรรมชาติมีน้อยมาก แต่ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จ.ชลบุรี ร่วมกับสวนสัตว์ในสหรัฐอเมริกา และสถาบันสมิธโซเนียน สหรัฐอเมริกา ได้รวมกันทำการวิจัยทั้งในแง่ของการเพาะขยายพันธุ์ ศึกษาพฤติกรรม การปรับสูตรอาหาร และการออกแบบกรงเลี้ยง จนปัจจุบันสามารถเพาะขยายพันธุ์เสือลายเมฆได้แล้ว 35 ตัวจากพ่อแม่พันธุ์ที่มีเพียงไม่กี่คู่ และถือว่าไทยมีเสือลายเมฆมากที่สุดในโลกรวมทั้งสิ้น 55 ตัวแบ่งเป็นตัวผู้ 29 ตัวเมีย 26 ทั้งนี้ยังเตรียมจะส่งให้กับสวนสัตว์ของอเมริกา 6 ตัวด้วย อย่างไรก็ตาม นอกจากนี้ยังจะหารือกับทางกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชว่าจะมีความเป็นไปได้ในการปล่อยเสือลายเมฆที่ผ่านการเพาะขยายพันธุ์ในโครงการนี้คืนสู่ผืนป่าที่เคยเป็นแหล่งอาศัยของเสือชนิดนี้ต่อไป
ด้านนายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ขณะนี้มีนโยบายให้องค์การสวนสัตว์เน้นทำวิจัยด้านสัตว์ป่าให้มากขึ้น โดยการแลกองค์ความรู้และขยายความร่วมมือกับสถาบันในต่างประเทศ รวมทั้งยกระดับแหล่งเรียนรู้ในสวนสัตว์ต่างๆ เช่น บริเวณสวนสัตว์เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ซึ่งได้รับรายงานจากกรมทรัพยากรธรณีว่ามีลักษณะภูมิประเทศน่าสนใจอย่างมาก เนื่องจากว่าเป็น แหล่งหินชั้นเดียวกับแหล่งไดโนเสาร์ภูเวียงและภูกุ้มข้าว โดยกรมทรัพยากรธรณี กำลังทำการสำรวจข้อมูลทางธรณีวิทยาเพิ่มเติม และมีความไปได้ว่าจะพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทั้งสวนสัตว์และแหล่งซากดำบรรพ์ด้วย



