ไลฟ์สไตล์

มจพ.โชว์ไฮเทค "ส่ายหัวสั่งเม้าส์"

มจพ.โชว์ไฮเทค "ส่ายหัวสั่งเม้าส์"

14 ก.พ. 2553

คอมพิวเตอร์ที่รับข้อมูลป้อนจากคีย์บอร์ดและเม้าส์คืออุปสรรคชิ้นโตขวางผู้พิการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ การคิดค้นอุปกรณ์บังคับเม้าส์รูปแบบใหม่ของทีมนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนืออาจเป็นทางเลือกใหม่สู่โลกออนไลน์

นายบงกชชัยวารี นักศึกษาปี 4 ภาควิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) และผองเพื่อนคือกลุ่มคนต้นคิดอุปกรณ์ควบคุมเม้าส์สำหรับผู้พิการทางแขนสามารถช่วยให้ผู้พิการใช้งานคอมพิวเตอร์เหมือนคนปกติ

การสั่งงานอาศัยการควบคุมจากชุดคาดศีรษะที่ทำมาจากวัสดุที่หาซื้อได้ทั่วไปได้แก่ ชุดหูฟัง ไมโครโฟนที่ใช้กับหูฟัง อุปกรณ์รับส่งสัญญาณบลูทูธ และเซ็นเซอร์

ทีมนักศึกษาเริ่มจากการพัฒนาฮาร์ดแวร์สำหรับตัวส่งสัญญาณโดยนำแผงวงจรของอุปกรณ์ควบคุมเกมหรือจอยสติ๊กเกมวี (Wii )ของนินเทนโดมาต่อกับกล้องและเชื่อมต่อกับอุปกรณ์บลูทูธใช้สื่อสารไร้สายกับคอมพิวเตอร์

การสื่อสารบังคับเม้าส์ระหว่างผู้ใช้งานกับคอมพิวเตอร์อาศัยการส่งลำแสงอินฟาเรดบอกพิกัดของผู้ใช้ไปยังกล้องรับสัญญาณที่ติดอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ทำหน้าที่เป็นตัวรับสัญญาณจากอุปกรณ์สวมศีรษะ

เวลาที่ผู้ใช้งานหันซ้ายขวา บน และล่าง ลูกศรเม้าส์บนจอภาพจะเคลื่อนตัวตามการเคลื่อนศีรษะ เมื่อเลื่อนเม้าส์ได้ตำแหน่งที่ต้องการคลิกแล้ว เทคนิคคลิกเม้าส์ที่นักศึกษาคิดค้นเท่มาก คือออกแรงเป่าลมผ่านไมโครโฟนที่คาดติดอยู่กับอุปกรณ์

หากต้องคลิกซ้ายก็เปล่า1 ครั้งเบาๆ และหากต้องการคลิกขวาก็เป่า 2 ครั้งเบาๆ เช่นกัน

อุปกรณ์ควบคุมเม้าส์ยังใช้งานลากเม้าส์เหมือนกดปุ่มเม้าส์ค้างได้ด้วยโดยอาศัยเซ็นเซอร์ตรวจจับการขยับของคิ้ว โดยหากต้องการลากเม้าส์ค้างก็ยักคิ้วขึ้นค้างไว้ พร้อมกับขยับศีรษะเพื่อกำหนดพิกัดที่แม่นยำสอดรับกัน

อนุพลสิงขรเขตต์ เพื่อนร่วมทีมวิจัย เสริมว่าหลังนำไปทดสอบประสิทธิภาพพบว่า สามารถใช้งานทดแทนเม้าส์แบบที่ต้องใช้มือได้ แต่ยังมีความสมบูรณ์อยู่แค่ 70% เนื่องจากการควบคุมระบบยังไม่เสถียรพอที่จะใช้งานจริงได้

สิ่งที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติมเพื่อให้ใช้งานสมบูรณ์แบบคือเซ็นเซอร์รับสัญญาณเสียงต้องเสถียรกว่าเดิม และสามารถเป่าลมได้โดยตรง เพื่อการทำงานที่แม่นยำ 100%

หลังจากนี้ทีมวิจัยตั้งเป้าส่งต่อความรู้ให้รุ่นน้องร่วมสถาบันนำไปพัฒนาต่อโดยหวังให้อุปกรณ์ดังกล่าวถูกนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้จริง เพื่อประโยชน์ต่อผู้พิการแขนลดช่องว่างดิจิทัลทางสังคม สามารถมีส่วนร่วมในโลกไซเบอร์ไม่ต่างจากคนปกติ

อุปสรรคในการพัฒนาอุปกรณ์คือข้อมูลที่เป็นภาษาต่างประเทศทำให้ต้องแปลเอกสารจำนวนมาก กว่าจะนำความรู้มาพัฒนาเป็นอุปกรณ์ได้สำเร็จ และระยะเวลาในการพัฒนาที่สั้นไม่ถึงปีทำให้ผลงานออกมายังไม่ดีเท่าที่ควร อนุพล กล่าว

ก่อนหน้านี้ทีมวิจัยของนักศึกษาได้พัฒนาเม้าส์แว่นตาออกมาเป็นเครื่องแรกแต่การทำงานไม่เสถียรและพบปัญหาใช้งานมากมาย ทั้งรูปหน้าคนที่ไม่เท่ากัน ทำให้หันมาพัฒนาอุปกรณ์ตัวใหม่แบบสวมหัวแทน

เครื่องต้นแบบที่ทีมวิจัยพัฒนาได้ใช้ต้นทุนประมาณ4,000 บาท หากพัฒนาให้สมบูรณ์แบบ แล้วผลิตในปริมาณมากราคาน่าจะอยู่ในเกณฑ์ที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่าย โกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นผู้พิการทางแขนที่ใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นอยู่แล้ว สำหรับโรงเรียนคอมพิวเตอร์ของผู้พิการทางแขนอาจเป็นกลุ่มต่อไป

กานต์ดาบุญเถื่อน