
พิชิตปัญหาสัตว์เลี้ยง - เรื่องไม่น่า
การเลี้ยงสัตว์เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะสัตว์เป็นสิ่งมีชีวิต มีอารมณ์ มีความรู้สึกเจ็บปวด มีความคิด ฯลฯ ได้เช่นเดียวกับคนเรา การปฏิบัติหรือจัดการต่อสัตว์เลี้ยง จึงต้องตระหนักถึงความจริงนี้อยู่ตลอดเวลา หากพลั้งเผลอ เลินเล่อ ลืมเลือนไปเพียงชั่วพริบตาเหตุ
1.“เลี้ยงสัตว์อริกันไว้ด้วยกัน” คนไม่ถูกกัน คู่ปรับกัน ดันเอาไปอยู่ด้วยกันเรื่องก็ต้องเกิดละครับ สัตว์เลี้ยงก็เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมา ไม่ว่าจะเป็นหมาด้วยกันเองที่เป็นคู่อริกันมาก่อน หรือกับสัตว์ต่างชนิดที่เป็นคู่กันมาโดยธรรมชาติ เช่น ในลักษณะผู้ล่ากับเหยื่อ ฯลฯ เช่น หมากับกระต่าย หมากับแมว หมากับนก ฯลฯ แม้จะไม่ถูกทำร้ายโดยตรง ต่างตัวต่างอยู่ในกรง แต่ความกลัวว่าจะถูกทำร้ายจะสะสมอยู่ในใจของสัตว์ฝ่ายที่อ่อนแอกว่า เช่น แมวกับนก นกย่อมระแวงภัยอยู่เสมอจนไม่เป็นอันกินอันนอน เครียดจัดเข้าภูมิต้านทานลดลง ร่างกายอ่อนแอจึงถูกเชื้อโรคเข้าแทรก เป็นเหตุให้ป่วยและตายได้โดยมิต้องถูกทำร้ายร่างกายโดยตรงแม้แต่น้อย ยิ่งหากเป็นสัตว์ที่จิตใจอ่อนแอขี้กลัว ตกใจง่าย เช่น กระต่ายล่ะก็ช็อกเอาง่ายๆ เมื่ออยู่ใกล้สัตว์คู่อริเช่น หมา หรือแมว ฯลฯ
2.“กินผิด” เลี้ยงอาหารผิดประเภท เลี้ยงกับอาหารขาดคุณภาพ เลี้ยงให้กินมากจนเกินไป หรือน้อยเกินไป ฯลฯ ยกตัวอย่างเช่น เลี้ยงนกกระตั้วโดยให้อาหารเพียงแค่เมล็ดทานตะวันอย่างเดียวตลอดชีวิต จะทำให้มันป่วยด้วยโรคอ้วน หรือเลี้ยงหมาโดยให้กินแต่ข้าวคลุกปลากระป๋องอย่างไม่อั้นขุนจนหลังแบน ในที่สุดก็ป่วยด้วยโรคอ้วน หรือแมวที่กินแต่ปลาทูนึ่ง ปลาทูเค็ม ผลสุดท้ายก็ไตวาย หรือหนูแกสบี้ที่ให้กินแต่อาหารเด็กอ่อนล้วนๆ ผลสุดท้ายคือฟันยื่นยาวจนเคี้ยวไม่ลง ฯลฯ
3.“ความเชื่อความรู้ผิดๆ” เป็นสิ่งที่เคยได้ยินได้ฟังมาจากคนขาย หรือความเชื่อโบร่ำโบราณ แล้วนำมาปฏิบัติกับสัตว์ของตน ผลคือ เจ็บ ป่วย หรือตาย เช่น การจับกระต่ายโดยใช้มือหิ้วหู ห้อยต่องแต่ง หรือกระต่ายไม่กินน้ำจึงไม่ให้ แมวมีเก้าชีวิต ดังนั้นหากเจ็บป่วยมีโอกาสหายเองได้ง่ายไม่ค่อยตาย จึงไม่พาไปหาหมอ หรือแมวกินแต่ปลาทูก็อยู่ได้ ฯลฯ
4.“ทำไมเพราะไม่รู้” ความผิดที่ไม่น่าเกิดเหล่านี้เป็นความผิดพลาดที่ไม่น่าเกิดขึ้น มันมาจากความไม่รู้แล้วไปทำ เหตุแห่งความไม่รู้ก็คือ ไม่ศึกษาหาข้อมูลก่อนเลี้ยงสัตว์ ไม่อ่าน ไม่ถาม ฯลฯ เช่น เลี้ยงปลาในน้ำประปาที่มิได้พักไว้ให้คลอรีนระเหยหมดก่อน อย่างนี้ก็หงายท้องแน่ๆ แมวเป็นไข้ก็เอายาแก้ปวดพาราเซตามอลของคนให้กินโดยไม่รู้ว่าแมวแพ้ยาตัวนี้ถึงตาย ฯลฯ
5.“ขาดความรับผิดชอบ” ผัดวันประกันพรุ่ง โรคเลื่อน สันหลังยาว ธุระไม่ใช่ ไม่รักษาเวลา ฯลฯ ล้วนเป็นสิ่งที่ก่อความเสียหายต่อสัตว์เลี้ยงอย่างรุนแรง หลายรายถึงกับตายเชียวแหละ เช่น
ลูกหมาท้องร่วง ก็บอกไม่เป็นไรพรุ่งนี้จะพาไปหาหมอ พอวันรุ่งขึ้นก็ผัดไปเป็นวันถัดไป อย่างนี้ร่ำไปจนลูกหมาตายเพราะเสียน้ำจนร่างกายทานไม่ไหว ฯลฯ
เห็นไหมครับว่าเรื่องไม่น่าเกิดก็เกิดขึ้นได้หากผู้เลี้ยงสัตว์ไม่ตระหนักถึง “สวัสดิภาพสัตว์” ที่เขาต้องมีให้แก่สัตว์เลี้ยงของตน ถ้าทำได้ก็ไม่เกิดเรื่องหรอกครับ



