
ยกระดับ "ดอกไม้ผ้าใยบัว" โกอินเตอร์ขายมาเลย์-สวีเดน
ดอกไม้จากผ้าใยบัว อาจเป็นผลิตภัณฑ์ระดับชุมชนที่พบเห็นได้ทั่วไปในท้องตลาด แต่ด้วยรูปแบบที่มีให้ลูกค้าเลือกอยู่ในวงแคบ ส่งให้สินค้าหัตถกรรมชนิดนี้มียอดขายไม่หวือหวา หากเทียบกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่แจ้งเกิดในยุคเดียวกัน ยกเว้น กลุ่มหัตถกรรมดอกไม้จากผ้าใยบัวห
แทบไม่น่าเชื่อว่าจุดเริ่มต้นของ “ปรีดา” เกิดขึ้นจากทุนแค่หลักร้อยบาทในการนำไปซื้ออุปกรณ์หลังจากได้ซื้อหนังสือมือสองชื่อ “การงานอาชีพ” ซึ่งวางขายในตลาดนัด ผนวกกับเป็นคนสนใจในงานเย็บปักถักร้อยเป็นทุนเดิม จึงนำไปสู่การเริ่มต้นศึกษาและเรียนรู้ด้วยตัวเอง กระทั่งสามารถทำดอกไม้จากผ้าใยบัวได้อย่างเชี่ยวชาญ
“ช่วงแรกที่เริ่มต้นทำมีดอกไม้ผ้าใยบัวเต็มบ้าน กระทั่งมีคนมาเห็นและขอซื้อในราคา 1,200 บาท จึงเกิดความรู้สึกว่างานประเภทนี้สามารถนำมาเป็นอาชีพเพื่อสร้างรายได้งดงาม จึงเริ่มต้นพัฒนารูปแบบมาอย่างต่อเนื่อง จนสินค้าเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ” ปรีดา กล่าว
ปรีดา ใช้เวลาสั่งสมและบ่มเพาะประสบการณ์ไม่นานก็เปิดร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์นี้ได้สำเร็จ โดยมีทำเลที่ตั้งอยู่ที่ 436 ถ.ราษฎร์อุทิศ ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยผลิตภัณฑ์เน้นเอกลักษณ์ที่ไม่สามารถหาซื้อที่ไหนได้ เน้นออกแบบเสมือนจริงและทุกอย่างมีชิ้นเดียว ไม่ใช้สินค้าของโรงงาน ทุกอย่างเกิดจากการลงมือทำด้วยตัวเองทั้งสิ้น
“เราจะซื้อแต่วัตถุดิบเท่านั้น ส่วนชิ้นส่วนไม่ว่าจะเป็นดอก ใบ ก้าน มาจากการประกอบและออกแบบเองจากการศึกษาจากต้นแบบของจริงทั้งสิ้น ดังนั้นชิ้นงานของเราจึงมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นหากเทียบเคียงกับสินค้าที่วางอยู่ในท้องตลาด เพราะไม่เหมือนใคร”ปรีดา ย้ำ
สาวใหญ่รายนี้บอกอีกว่า ด้วยเอกลักษณ์และความโดดเด่นนี้ทำให้โดนใจลูกค้าชาวมาเลเซียอย่างจัง จึงมีการสั่งซื้อทั้งในรูปแบบที่ผลิตสำเร็จรูปเป็นดอก และสั่งทำเป็นช่อเพื่อบรรจุแจกัน แต่จะเน้นสีสันที่มีความจัดจ้านกว่าสินค้าที่จำหน่ายในเมืองไทย ส่วนตลาดสวีเดน ก็จะได้ผู้ประกอบการซึ่งเป็นคนไทยที่เปิดร้านดอกไม้อยู่ในสวีเดน จะสั่งออเดอร์ทุกเดือน โดยสั่งแยกชิ้นส่วนและจะนำไปประกอบเป็นดอกเอง
“การส่งสินค้าไปยังมาเลเซีย และสวีเดนนั้นลูกค้าจะเป็นผู้ดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งขนส่ง และค่าผ่านด่านศุลการกร ทำให้เราได้รับค่าตอบแทนชนิดเต็มเม็ดเต็มหน่วย” ปรีดา กล่าว
ทั้งนี้ สินค้าที่ส่งไปยังลูกค้าในประเทศมาเลเซียครั้งละประมาณ 50 แจกัน โดยราคาแจกันละ 1,100 บาท ส่วนตลาดสวีเดนจะคิดเหมาในราคาดอกละ 150 บาท โดยจัดส่งด้วยการบรรจุลังละ 50 ดอก โดยจะมีออเดอร์ครั้งละกว่า 10 ลัง สำหรับต้นทุนการผลิตประกอบด้วย ผ้าใยบัวซองละ 10 บาท สามารถผลิตได้ 1 ดอก ลวดเส้นละ 50 สตางค์ โดยสินค้าจำหน่ายได้ในราคาดอกละ 150 บาท
ปรีดาบอกต่อว่า รายได้จากการจำหน่ายในช่วงธรรมดาเมื่อหักลบต้นทุนการผลิตแล้วมีกำไรเฉลี่ยอยู่ที่ 2-3 หมื่นบาท ขณะเดียวกันหากเป็นช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น วาเลนไทน์ ปีใหม่ รายได้จะขยับไปอยู่ที่ 4-5 หมื่นบาทเลยทีเดียว
ล่าสุดดอกไม้ใยบัวของปรีดาได้รับเทียบเชิญจากพาณิชย์จังหวัดสงขลา ให้นำสินค้าไปจัดแสดงที่ประเทศฝรั่งเศสอีกด้วย ซึ่งเจ้าตัวกำลังอยู่ในขั้นเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้านเพื่อสร้างโอกาสให้กับธุรกิจเล็กให้สามารถเติบโตและก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง
ที่สำคัญ "ปรีดา" ยังเปิดสอนให้ผู้ที่สนใจในการสร้างอาชีพด้วยการผลิตดอกไม้จากผ้าใยบัวอีกด้วย ซึ่งใครสนใจเรียนรู้เพื่อนำไปสู่การสร้างรายได้ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลข 08-6284-8434
ขั้นตอนการทำดอกไม้จากผ้าใยบัว สำหรับขั้นตอนการทำ ปรีดาอธิบายว่า เริ่มจากการเตรียมอุปกรณ์การทำ ประกอบด้วย 1.ผ้าใยบัวหลายสี 2.เส้นลวดเพื่อทำดอก 3.ฟลอร่าเทป 4.ด้าย 5.คีมตัดลวด 6.ก้านสำเร็จรูป 7.เกสรตัวผู้-ตัวเมีย เมื่อเตรียมอุปกรณ์เสร็จ จากนั้นให้กำหนดว่าจะทำดอกไม้อะไรก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการตัดผ้าใยบัว โดยวัดขนาดผ้าและเส้นลวดที่ต้องนำมาขดเป็นรูปแบบให้ผ้าและลวดพอดีกัน
จากนั้นให้เริ่มจากการแยกส่วนประกอบการทำดอกไม้ใยบัว ซึ่งมีอย่างน้อย 4 ส่วน คือ 1.กลีบดอก ซึ่งจะต้องมีอย่างน้อย 2-3 ขนาดเพื่อกำหนดดอกเล็ก-ใหญ่ 2.ก้านและใบที่ต้องมีหลากหลายขนาดเช่นกัน รวมถึงสีของก้านและใบที่ต้องเลือกประเภทสีให้กลมกลืม 3.ในส่วนของเกสร ต้องกำหนดให้ชัดเจน เนื่องจากดอกไม้บางประเภทมีและไม่มีเกสรซึ่งอันนี้ห้ามลืมเพื่อให้ออกมาสมจริง
4.ขั้นตอนสุดท้าย คือการประกอบช่อ หรือการรวมดอกซึ่งสำคัญมาก หากเลือกสีและขนาดของดอกไม้ไม่สมดุลกันจะทำให้รูปร่างของดอกไม้ผิดเพี้ยน นอกจากนี้ยังทำให้สัดส่วนในการจัดช่อไม่สวยงาม ซึ่งการรวมช่อนั้นจึงต้องอาศัยความประณีตและใจรักบวกกับจินตนาของผู้ทำเพื่อให้ดอกไม้ออกมาสมจริงที่สุด
"สุพิชฌาย์ รัตนะ"



