ไลฟ์สไตล์

รู้ทันกฎหมาย - ว่าจะให้

รู้ทันกฎหมาย - ว่าจะให้

12 มี.ค. 2552

ก็ไม่ค่อยจะอยากได้ข้าวของทรัพย์สินหรือผลประโยชน์ของคนอื่นสักเท่าไหร่

 แต่เมื่อเขาเสนอว่าจะให้เราก็เกิดความคาดหวังว่าจะได้เหมือนกัน  มันเป็นเรื่องธรรมชาติที่อาจเกิดกับเราได้  

บอกว่าจะให้แล้วก็ไม่เห็นจะให้สักที  รอเป็นปีก็ยังทำเฉย ครั้นจะทวงจะถามก็เกรงจะดูไม่งาม  เดี๋ยวจะเสียน้ำใจเปล่าๆ  แต่ก็กลัวว่าจะชวด  ไม่รู้ว่าลืมหรือทำลืมกันแน่ หรือที่แท้เขาเปลี่ยนใจ

 การให้เป็นเรื่องของใจ  เพราะคำว่า “ให้” ย่อมไม่ใช่การซื้อการขาย  เป็นการได้เปล่าจริงๆ  แม้ว่าเหตุผลของการให้จะมีมากมาย  อาจเป็นเพราะมีน้ำใจ เพราะรักหรือชอบ หรือเพราะมารยาทหรือประเพณีนิยม หรือจำต้องให้เพราะคาดหวังอะไรตอบแทนแอบแฝง   หรือให้เพื่อเป็นการตอบแทนการที่เขาให้อะไรมาก่อน

 เมื่อเป็นการได้เปล่า กฎหมายจึงไม่อาจจะเอามาเป็นเงื่อนไขให้เป็นหน้าที่ต้องให้  ทั้งๆ ที่ตกปากรับคำไปเห็นๆ  เพราะมันเป็นเรื่องของการได้เปล่านั่นเอง

 ต่อให้มีอะไรแอบแฝงไว้  หรือเพื่อประโยชน์ในภายหน้า เมื่อคนได้ไม่ต้องเสียอะไรไปแลกเปลี่ยน  ก็ถือว่าไม่เสียหายอะไร หากเขาจะไม่ให้เพราะเปลี่ยนใจขึ้นมา

 หมายความว่าไม่อาจไปบังคับจับเขามาส่งมอบของที่ว่าจะให้ได้  ต่อให้ทำสัญญากันเป็นมั่นหมายว่าจะให้วันนั้นวันนี้ก็ตามที 

 มีอยู่วิธีเดียวที่จะบังคับกันได้  เมื่อคนให้เขาทำเป็นลายลักษณ์อักษรบอกเอาไว้แล้วนำบันทึกหลักฐานนั้นไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่  อันนี้ถึงจะบังคับกันได้

 นั่นก็คือบังคับให้เขาทำการโอนหรือส่งมอบทรัพย์ที่จะให้นั้นได้  แต่จะไปบังคับว่าถ้าไม่โอนหรือมอบให้ก็ต้องใช้ค่าเสียหาย อย่างนี้น่าเกลียดเกินไป กฎหมายรับไม่ได้ไม่ยอมให้ทำ

 แต่ถ้าเขาส่งมอบของที่จะให้ไม่ได้  ก็ให้ใช้เป็นตัวเงินเท่ากับราคาของนั้นย่อมบังคับได้เมื่อได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนไว้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามเงื่อนไขที่กฎหมายว่าไว้แล้ว

 บางคนตั้งความหวังเอาไว้สูงว่าเขาจะสร้างบ้านให้  เลยไปถมที่ถมทางเสียเงินมากมายเพื่อเตรียมได้บ้านหลังงาม  พอเขาไม่ให้ขึ้นมา  จะไปเรียกค่าเสียหายที่ต้องไล่ที่ถมที่ไม่ได้  กฎหมายไม่ให้สิทธิขนาดนั้น

 ทีนี้พอรับมาแล้วของที่ได้เกิดมีปัญหาขึ้นมา  เช่น ซื้อเครื่องไฟฟ้าราคาแพงให้ แล้วเกิดใช้ไม่ได้ ก็จะไปบังคับคนให้ทำการซ่อมจนใช้การได้มันก็ร้ายเกินไปเหมือนกัน  เราต้องรู้จักการไปซ่อมเองบ้าง 

 ให้ของที่มีภาระต้องจัดการ เช่น  ให้ที่ดินที่ยังต้องผ่อนอยู่ ถ้าไม่ได้ตกลงกันเอาไว้  คนที่รับไว้ก็ต้องรับภาระผ่อนต่อไป  ไม่เช่นนั้นก็ควรคุยกันให้เข้าใจก่อนรับโอนที่ไป หรือไม่ก็จงปฏิเสธไม่รับไว้เสียแต่แรก  

 คนให้มักจะใส่ใจคนที่จะได้รับ คนที่จะได้ก็ต้องเข้าใจความหมายและความตั้งใจตรงนี้ด้วย ไม่ใช่คิดแต่ว่าจะทวงเขาอย่างไร หมกมุ่นที่จะได้จนตายไปเสียก่อน การให้ก็เป็นอันสิ้นสุดลงไปไม่อาจที่จะให้ลูกหลานตามทวงได้ 

 ส่วนคนให้ก็อยากจะให้  แต่ยังไม่ทันจะทำอะไรก็ชิงตายไปเสียก่อนแบบนี้  คนรับก็ไม่มีสิทธิจะไปทวงไปถามได้  ต้องไปดูว่าคนที่ตกลงว่าจะให้ได้ทำพินัยกรรมไว้หรือเปล่า  จะไปเรียกร้องเอากับลูกหลานเขาเพียงเพราะเขาเคยบอกว่าจะให้นั้นก็ทำไม่ได้เหมือนกัน

 "ว่าจะให้" จึงเป็นอะไรที่ผูกมัดหลวมๆ  ของแบบนี้ท่าจะดีก็ปฏิบัติเสียเลยดีกว่า หรือไม่ก็ทำใจว่าคงไม่ได้ จนกว่าทรัพย์นั้นจะย้ายมาอยู่ในความครอบครองหรือกรรมสิทธิ์ของเราอย่างเป็นทางการ นั่นแหละจึงจะเป็นการให้ที่สมบูรณ์จริงๆ

"ศรัณยา ไชยสุต"