
รู้ทันกฎหมาย - ว่าจะให้
ก็ไม่ค่อยจะอยากได้ข้าวของทรัพย์สินหรือผลประโยชน์ของคนอื่นสักเท่าไหร่
แต่เมื่อเขาเสนอว่าจะให้เราก็เกิดความคาดหวังว่าจะได้เหมือนกัน มันเป็นเรื่องธรรมชาติที่อาจเกิดกับเราได้
บอกว่าจะให้แล้วก็ไม่เห็นจะให้สักที รอเป็นปีก็ยังทำเฉย ครั้นจะทวงจะถามก็เกรงจะดูไม่งาม เดี๋ยวจะเสียน้ำใจเปล่าๆ แต่ก็กลัวว่าจะชวด ไม่รู้ว่าลืมหรือทำลืมกันแน่ หรือที่แท้เขาเปลี่ยนใจ
การให้เป็นเรื่องของใจ เพราะคำว่า “ให้” ย่อมไม่ใช่การซื้อการขาย เป็นการได้เปล่าจริงๆ แม้ว่าเหตุผลของการให้จะมีมากมาย อาจเป็นเพราะมีน้ำใจ เพราะรักหรือชอบ หรือเพราะมารยาทหรือประเพณีนิยม หรือจำต้องให้เพราะคาดหวังอะไรตอบแทนแอบแฝง หรือให้เพื่อเป็นการตอบแทนการที่เขาให้อะไรมาก่อน
เมื่อเป็นการได้เปล่า กฎหมายจึงไม่อาจจะเอามาเป็นเงื่อนไขให้เป็นหน้าที่ต้องให้ ทั้งๆ ที่ตกปากรับคำไปเห็นๆ เพราะมันเป็นเรื่องของการได้เปล่านั่นเอง
ต่อให้มีอะไรแอบแฝงไว้ หรือเพื่อประโยชน์ในภายหน้า เมื่อคนได้ไม่ต้องเสียอะไรไปแลกเปลี่ยน ก็ถือว่าไม่เสียหายอะไร หากเขาจะไม่ให้เพราะเปลี่ยนใจขึ้นมา
หมายความว่าไม่อาจไปบังคับจับเขามาส่งมอบของที่ว่าจะให้ได้ ต่อให้ทำสัญญากันเป็นมั่นหมายว่าจะให้วันนั้นวันนี้ก็ตามที
มีอยู่วิธีเดียวที่จะบังคับกันได้ เมื่อคนให้เขาทำเป็นลายลักษณ์อักษรบอกเอาไว้แล้วนำบันทึกหลักฐานนั้นไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ อันนี้ถึงจะบังคับกันได้
นั่นก็คือบังคับให้เขาทำการโอนหรือส่งมอบทรัพย์ที่จะให้นั้นได้ แต่จะไปบังคับว่าถ้าไม่โอนหรือมอบให้ก็ต้องใช้ค่าเสียหาย อย่างนี้น่าเกลียดเกินไป กฎหมายรับไม่ได้ไม่ยอมให้ทำ
แต่ถ้าเขาส่งมอบของที่จะให้ไม่ได้ ก็ให้ใช้เป็นตัวเงินเท่ากับราคาของนั้นย่อมบังคับได้เมื่อได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนไว้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามเงื่อนไขที่กฎหมายว่าไว้แล้ว
บางคนตั้งความหวังเอาไว้สูงว่าเขาจะสร้างบ้านให้ เลยไปถมที่ถมทางเสียเงินมากมายเพื่อเตรียมได้บ้านหลังงาม พอเขาไม่ให้ขึ้นมา จะไปเรียกค่าเสียหายที่ต้องไล่ที่ถมที่ไม่ได้ กฎหมายไม่ให้สิทธิขนาดนั้น
ทีนี้พอรับมาแล้วของที่ได้เกิดมีปัญหาขึ้นมา เช่น ซื้อเครื่องไฟฟ้าราคาแพงให้ แล้วเกิดใช้ไม่ได้ ก็จะไปบังคับคนให้ทำการซ่อมจนใช้การได้มันก็ร้ายเกินไปเหมือนกัน เราต้องรู้จักการไปซ่อมเองบ้าง
ให้ของที่มีภาระต้องจัดการ เช่น ให้ที่ดินที่ยังต้องผ่อนอยู่ ถ้าไม่ได้ตกลงกันเอาไว้ คนที่รับไว้ก็ต้องรับภาระผ่อนต่อไป ไม่เช่นนั้นก็ควรคุยกันให้เข้าใจก่อนรับโอนที่ไป หรือไม่ก็จงปฏิเสธไม่รับไว้เสียแต่แรก
คนให้มักจะใส่ใจคนที่จะได้รับ คนที่จะได้ก็ต้องเข้าใจความหมายและความตั้งใจตรงนี้ด้วย ไม่ใช่คิดแต่ว่าจะทวงเขาอย่างไร หมกมุ่นที่จะได้จนตายไปเสียก่อน การให้ก็เป็นอันสิ้นสุดลงไปไม่อาจที่จะให้ลูกหลานตามทวงได้
ส่วนคนให้ก็อยากจะให้ แต่ยังไม่ทันจะทำอะไรก็ชิงตายไปเสียก่อนแบบนี้ คนรับก็ไม่มีสิทธิจะไปทวงไปถามได้ ต้องไปดูว่าคนที่ตกลงว่าจะให้ได้ทำพินัยกรรมไว้หรือเปล่า จะไปเรียกร้องเอากับลูกหลานเขาเพียงเพราะเขาเคยบอกว่าจะให้นั้นก็ทำไม่ได้เหมือนกัน
"ว่าจะให้" จึงเป็นอะไรที่ผูกมัดหลวมๆ ของแบบนี้ท่าจะดีก็ปฏิบัติเสียเลยดีกว่า หรือไม่ก็ทำใจว่าคงไม่ได้ จนกว่าทรัพย์นั้นจะย้ายมาอยู่ในความครอบครองหรือกรรมสิทธิ์ของเราอย่างเป็นทางการ นั่นแหละจึงจะเป็นการให้ที่สมบูรณ์จริงๆ
"ศรัณยา ไชยสุต"



