
อสมช.ผู้พิการรพ.เดชอุดมฟื้นฟูเชิงรุกลดภาวะแออัด
เมื่อก่อนผมท้อ เครียดและสิ้นหวังมาก คิดวนเวียนอยู่เพียงว่าตัวเองจะเดินไม่ได้ไปตลอดชีวิต สุนทร บุญบำเรอ วัย 24 ปี ชาวบ้าน ต.ท่าโพธิ์ศรี อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี ผู้พิการทางการเคลื่อนไหว ร่างกายท่อนล่างไม่มีแรง ย้อนถึงความรู้สึกเมื่อทราบว่าจะต้องกลายเป็นผ
เหตุการณ์พลิกผันครั้งสำคัญในชีวิตของเขาเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2552 จากการตกต้นไม้ขณะขึ้นไปเก็บรังผึ้ง ต้องรักษาด้วยการผ่าตัดกระดูกสันหลัง และนอนพักรักษาในโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ 10 วัน หลังกลับบ้านได้เพียง 20 วัน กลับเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม เนื่องจากเกิดแผลไหม้บริเวณก้นกบ สะโพกข้างขวาและข้างข้อพับเข่าขวา เพราะญาติให้การรักษาโดยการประคบร้อน แพทย์ให้การรักษาทางยา ผ่าตัดและส่งรักษากายภาพบำบัด นอนอยู่ในโรงพยาบาลนานถึง 102 วัน ก่อนกลับมาพักฟื้นที่บ้าน
“ช่วงแรกแขนขาทั้ง 2 ข้างอ่อนแรง ต้องนอนบนเตียง จะขยับตัวตะแคง ลุกขึ้นนั่ง หรือเคลื่อนไหวร่างกายไม่ได้ เมื่อทำกายภาพบำบัด ราว 10 วันสามารถนั่งทรงตัวได้เองประมาณ 5 นาที และเคลื่อนตัวได้บ้าง แพทย์อนุญาตให้กลับบ้าน ตอนนั้นถึงร่างกายจะเริ่มมีแรง แต่ก็คิดว่าคงเดินไม่ได้อีกแล้ว จนมีทีม อสม.และนักกายภาพบำบัดมาพูดคุยและช่วยเหลือถึงบ้าน ทำให้มีกำลังใจ” นายสุนทรกล่าว
ผ่านไปเกือบ 1 ปี สามารถช่วยเหลือตนเองในการอาบน้ำ แปรงฟัน ใส่เสื้อผ้า ลงจากเตียงขึ้นรถเข็น ออกไปพบปะเพื่อนในละแวกชุมชน ช่วยผ่อนคลายความเครียดจากการอุดอู้อยู่แต่ในบ้าน เพราะได้รับการช่วยเหลือจากครอบครัว แพทย์ ทีมนักกายภาพบำบัด โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านเชี่ยวชาญ (อสมช.) ด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการ
อสมช.อำเภอเดชอุดม ที่รับผิดชอบดูแลเยี่ยมบ้านนายสุนทร คือ นางหนูเบย บรรพชาติ วัย 50 ปี ซึ่งพื้นที่รับผิดชอบ 11 หมู่บ้าน ร่วมกับเพื่อ อสมช.ด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการอีก 3 คน จึงต้องแบ่งการดูแลผู้พิการ 17 คนต่อ อสมช.1 คน เล่าว่า การออกเยี่ยมบ้านระยะแรกจะไปร่วมกับนักภายภาพบำบัด โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม เพื่อให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ครอบครัว ชุมชน รวมถึงร่วมกันทำอุปกรณ์สำหรับใช้ในการทำกายภาพบำบัดที่บ้าน และสอนการทำกายภาพบำบัด เมื่อผู้ป่วยเริ่มดีขึ้น อสมช.จะลงพื้นที่เยี่ยมผู้พิการอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง คอยให้กำลังใจ แนะนำเพิ่มเติม พร้อมกับทำรายงานส่งเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลให้ทราบถึงพัฒนาการของผู้ป่วย
สุรัตน์สิณี คำทา นักกายภาพบำบัด โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม กล่าวว่า ในการอบรม อสม.เป็นอสมช.จะใช้เวลาอย่างน้อย 2 วัน เน้นเสริมความรู้เกี่ยวกับผู้พิการตามกฎหมาย เกณฑ์การประเมินความพิการ และการฟื้นฟูสมรรถภาพหลังการเกิดอัมพาตครึ่งซีกจากสาเหตุต่างๆ เช่น โรคหลอดเลือดสมอง การบาดเจ็บของไขสันหลัง และถูกตัดขา เพื่อเพิ่มความสามารถของ อสม.ในการฟื้นฟูคนพิการในหมู่บ้านแบบเชิงรุกถึงพื้นที่ ช่วยให้ผู้พิการเข้าถึงบริการอย่างทั่วถึง ส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และแบ่งเบาภาวะความแออัดของผู้ป่วยในโรงพยาบาล ขณะที่มีนักกายภาพบำบัดจำกัดได้มาก
ผลการดำเนินงานภายหลังส่ง อสมช.ผู้พิการลงปฏิบัติภารกิจในพื้นที่รับผิดชอบ สามารถออกเยี่ยมและฟื้นฟูผู้พิการทุกประเภทได้ 1,569 ราย จากจำนวนผู้พิการในอำเภอกว่า 1,600 ราย พบผู้พิการรายใหม่ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนผู้พิการและช่วยพาผู้พิการพบแพทย์และจดทะเบียนจำนวน 326 ราย ค้นหาผู้พิการสมุดหมดอายุและนำมาต่ออายุ 200 ราย สามารถเบิกจ่ายอุปกรณ์ให้ผู้พิการจำนวน 20 ราย และแยกกลุ่มผู้พิการที่ช่วยเหลือตนเองได้และช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ส่งต่อผู้พิการให้ทีมออกฟื้นฟูต่อเนื่อง ในอนาคตจะมีการเพิ่มจำนวน อสมช.ผู้พิการให้มีอัตรา 1 คนต่อ 1 หมู่บ้าน และขยายกลุ่มเป้าหมายในการดูแลผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
นอกเหนือจาก อ.เดชอุดม พื้นที่ อ.นาจะหลวย บุณฑริก ทุ่งศรีอุดม น้ำยืน และน้ำขุ่น มีการอบรม อสมช.ผู้พิการเช่นเดียวกัน และในอนาคตจะขยายครอบคลุมทั้ง จ.อุบลราชธานี เพื่อให้ผู้พิการที่มีอย่างน้อย 2.1 หมื่นราย ได้รับบริการ สำหรับภาพรวมระดับประเทศ นพ.วีระวัฒน์ พันธ์ครุฑ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ในปี 2553 จัดสรรงบรายหัวในอัตรา 8.08 บาทต่อประชากร เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ที่จัดสรรให้เพียง 5 บาท ใช้สำหรับฟื้นฟูสมรรถภาพแก่คนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเรื้อรัง
0 พวงชมพู ประเสริฐ 0



