ไลฟ์สไตล์

คืนกล้วยไม้สู่ธรรมชาติ (3)

คืนกล้วยไม้สู่ธรรมชาติ (3)

12 ก.พ. 2553

หวนกลับไปนึกถึงช่วงปี พ.ศ.2490 ระหว่างนั้นคนไทยจำต้องตกเป็นทาสผู้ผลิตกล้วยไม้สำเร็จรูปหรือที่เรียกกันว่า “กล้วยไม้ลูกผสม” จากฮาวายรวมทั้งประเทศในเขตวัฒนธรรมตะวันตกอื่นๆ

 ในสมัยนั้นคนไทยจำพวกเศรษฐีมีเงินนำตัวเองไปเสพติดกล้วยไม้ลูกผสมจำพวกหวายฟอร์มกลมสีเข้มที่ผลิตในฮาวายอย่างต่อเนื่อง ขณะนั้นคนไทยแม้ยากดีมีจนก็ยังอยากซื้อหามาเล่น แม้กระทั่งยอมเป็นหนี้เป็นสินเขาก็เอา

 ส่วนฮาวายนั้นแม้จะเป็นเมืองร้อนแต่ก็ตกอยู่ภายใต้อำนาจอิทธิพลของฝรั่ง หลังจากผลิตกล้วยไม้ลูกผสมฟอร์มกลมสีเข้มขึ้นมาได้ เขาก็เริ่มต้นปล่อยสินค้าที่มันยังด้อยกว่า แม้ฟอร์มกลมก็ยังไม่กลมมากนัก รวมทั้งสีเข้มก็ยังไม่เข้มเท่าไหร่ จนกระทั่งคนไทยติดกันงอมแงม หลังจากนั้นเขาก็ค่อยๆปล่อยของที่ดีกว่าเก่าออกมาทีละเล็กทีละน้อยจนกระทั่งลูกค้าลุกขึ้นมายืนตั้งตัวไม่ติด เหมือนกับการเล่นไพ่ ถ้าถือไพ่เหนือกว่าคนอื่นอยู่ในมือ ก็จะค่อยๆ ปล่อยตัวที่เหนือกว่าออกมาให้คนที่นั่งอยู่ปลายแถวทั้งเก็บทั้งทิ้งโดยไม่มีโอกาสจะลุกขึ้นมาเริ่มยืนอยู่อย่างอิสระ

 ส่วนผู้บริหารประเทศในขณะนั้นก็พอดีกัน หลังจากเห็นผลการค้ากล้วยไม้แบบนั้น ก็เลยทึกทักเอาว่ากล้วยไม้เป็นสิ่งเสพติดรวมทั้งเป็นของทำลายเศรษฐกิจของชาติ ซึ่งคนลักษณะนี้ คงคิดได้แต่สิ่งที่อยู่บนพื้นฐานวัตถุแทนที่จะมองเห็นอิสรภาพภายในรากฐานจิตใจมนุษย์แต่ละคนได้ว่า แท้จริงแล้วมันไม่ใช่กล้วยไม้ทำลายเศรษฐกิจ แต่ความคิดคนนั่นแหละที่มันทำลาย !!!

 ฉันยังจำได้ดีว่า หลังจากได้พบความจริงที่อยู่ในวิถีการเปลี่ยนแปลงของการผลิตการค้ากล้วยไม้แบบนี้ จากนั้นตัวเองจึงลุกขึ้นมาต่อสู้กับกระแสการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เนื่องจากจิตใต้สำนึกได้มองเห็นความจริงแล้วว่า ถ้าปล่อยไปเช่นนั้น มันไม่เพียงแต่เรื่องกล้วยไม้เท่านั้นที่จะสะท้อนให้เห็นผลทำลายเศรษฐกิจ แม้ในที่สุดเรื่องอื่นๆ ที่มันใหญ่กว่าก็คงติดตามมาด้วย !!!

 ครั้นถึงเวลานั้นเราก็คงสายเกินแก้ที่จะกู้อิสรภาพทางเศรษฐกิจให้แก่แผ่นดินไทย ซึ่งจะมีเรื่องอื่นๆ ติดตามมาอีก จนกระทั่งถึงเรื่องสำคัญที่สุดของชาติเช่นทุกวันนี้ !
         
"ระพี สาคริก"