ไลฟ์สไตล์

ชัยวุฒิเผย3วันรู้ผลหาที่เรียนเด็กพยาบาลโคราช

ชัยวุฒิเผย3วันรู้ผลหาที่เรียนเด็กพยาบาลโคราช

10 ก.พ. 2553

“ชัยวุฒิ” เร่งสกอ.ประสานสธ.หาที่เรียนเยียวยาเด็กพยาบาลโคราช คาดรู้ผลใน 3 วัน สั่ง หาช่องเช็คบิลอธิการบดีมั่วเปิดหลักสูตรพยาบาลก่อนรับรอง สร้างความเดือดร้อนให้นศ.

เมื่อวันที่ 10 ก.พ.2553 ที่กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีคณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยนครราชสีมาเปิดสอนโดยไม่ผ่านการรับรองจากสภาการพยาบาลว่าตนได้รับรายงานจากดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) หลังจากที่ได้ส่งรศ.นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขากกอ.ประชุมร่วมกับนายกสภาวิทยาลัย อธิการบดี คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ และเจ้าหน้าที่จากสภาการพยาบาล ซึ่งทั้งหมดมีมติว่าจะต้องปิดการรับนักศึกษาทันทีและนายกสภารับทราบมติแล้ว ซึ่งขณะนี้รศ.นพ.กำจร ได้ประสานไปยังกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เพื่อหาที่เรียนแก่เด็กแล้วเช่นวิทยาลัยบรมราชชนนี ในส่วนของวิทยาลัยนั้นยินดีจะจ่ายค่าส่วนต่างที่นักศึกษาต้องใช้ในสถาบันใหม่ทั้งหมดจ่ายทั้งหมดนั้นทางวิทยาลัยจะออกให้

 “ส่วนความผิดของผู้บริหารวิทยาลัยได้มอบหมายให้สกอ.คณะตรวจสอบของสกอ.ที่มีรศ.นพ.กำจร ดูรายละเอียดทั้งหมดก่อน และที่ผ่านมาได้ให้ฝ่ายกฎหมายของศธ.ช่วยนักศึกษาแล้วว่าจะสามารถเอาผิดผู้บริหารได้ในเรื่องใดบ้าง ซึ่งผมว่าน่าเป็นห่วงเพราะตัวอธิการบดีเองก็รู้ว่าหลักสูตรยังไม่ได้รับการรับรองแต่ก็ยังเปิดสอน แต่ขณะนี้สิ่งที่สำคัญคือต้องบรรเทาความเดือดร้อนก่อนเป็นอันดับแรกขณะที่ทางสกอ.ก็จะต้องดูเรื่องความรับผิดชอบของวิทยาลัยด้วย”นายชัวุฒิกล่าว

 อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตนกำลังเขาไปตรวจสอบหลักสูตรวิชาชีพอีก 3-4 หลักสูตรที่ได้รับการร้องเรียนว่ามาผ่านการรับรองจากสภาวิชาชีพ และไม่ได้มาตรฐานเช่นมีอาจารย์ผู้สอนไม่ตรงตามหลักสูตร เป็นต้น โดยหนึ่งในนั้นมีหลักสูตรพยาบาลศาสตร์รวมอยู่ด้วย และตนจะไม่ปล่อยปล่อยปละละเลย และจะเร่งดำเนินการให้ถูกต้อง โดยเฉพาะหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับสภาวิชาชีพ

 ด้านดร.สุเมธ กล่าวว่าสำหรับการลงโทษผู้บริหารวิทยาลัยนั้นเป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด ซึ่งต้องใช้อำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.)ในการตัดสิน โดยการพิจารณาจะดูถึงความผิดว่าอยู่ในระดับใด อาทิ สั่งปิดกิจการ หรือลงโทษทางวินัย

 รศ.นพ.กำจร กล่าวว่า ตนได้ประสานไปยังกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ขอข้อมูลที่นั่งว่างในวิทยาลัยพยาบาลที่อยู่ในสังกัดสธ. เพื่อนำมารวมรวบกับรายชื่อมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรพยาบาลในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ที่มีอยู่ ก่อนที่จะมีการจัดสรรช่วยเหลือเยียวยาแก่นักศึกษาคณะพยาบาล คาดว่า 2-3 วัน น่าจะรวบรวมรายชื่อวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยที่มีที่นั่งว่างได้ทั้งหมด

สบช.รอสกอ.ก่อนรับนศ.พยาบาล

 นพ.สมควร หาญพัฒนชัยกูร ผอ.สถาบันพระบรมราชชนก  (สบช.) กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งกำกับดูแลวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี  29 แห่งกล่าวถึงกรณีที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข มอบนโยบายให้สถาบันพระบรมราชชนกช่วยเยียวยานักศึกษาพยาบาลวิทยาลัยนครราชสีมา ที่สภาการพยาบาลไม่รับรองหลักสูตร ว่า  ในเบื้องต้นทาง สบช. ต้องรอฟังความเห็นจากทางสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) กระทรวงศึกษาธิการ ก่อนว่าจะมีหลักเกณฑ์ในการช่วยเหลือนักศึกษาที่จบแล้วประมาณ 60 คน และที่เรียนอยู่อีกประมาณ 244 คนอย่างไร ในส่วนของ สบช.จะประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องและหาทางแก้ไขในวันศุกร์ที่ 12 ก.พ.นี้ 

 นพ.สมควร กล่าวต่อว่า ตอนนี้ต้องรอฟัง สกอ. ซึ่งเป็นต้นทางก่อนว่าจะเอาอย่างไร  สบช.จึงจะรับลูกต่อได้ ส่วนการเทียบโอนหน่วยกิตไปเรียนที่วิทยาลัยพยาบาลอื่นนั้น ต้องดูว่า สภาการพยาบาลมีความเห็นอย่างไร ที่สำคัญต้องดูว่าที่ไหนพร้อมจะรับได้ เพราะเมื่อรับเด็กไปแล้วจะต้องไม่เป็นภาระกับวิทยาลัยพยาบาลอื่น มิฉะนั้นจะเป็นปัญหาลูกโซ่ไปเรื่อย ๆ ดังนั้นจึงต้องมาดูสถานศึกษาทั้งหมดที่เปิดสอน ทั้งที่สังกัดกระทรวงศึกษา กระทรวงสาธารณสุข และภาคเอกชน โดยดูความพร้อม ความสมัครใจ เนื่องจากปัญหาไม่ได้มีวิทยาลัยดังกล่าวเพียงแห่งเดียว แต่เท่าที่ทราบภาคเอกชนบางแห่งก็มีปัญหาเช่นกัน