Kom Lifestyle

Move On แบบไหนเมื่อ "อกหัก" จะได้ไม่ช้ำรักนาน

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์

เรื่องของความรักไม่ใช่เล่นๆ เพราะแค่อกหักก็ทำคนเราช้ำรักจนไม่เป็นอันทำอะไร ส่งผลทำให้ซึมเศร้าหรือถึงกับทำร้ายตัวเอง ทำร้ายคนอื่นได้ ฉะนั้นจะทำอย่างไรให้เรา Move on ได้เร็ว

การ "อกหัก" ส่งผลทำให้คนเรามีความรู้สึกที่สะเทือนอารมณ์อย่างมากและอารมณ์ความผิดหวังเสียใจนี้ มีอันตรายต่อสภาพจิตใจจนกลายเป็นโรคซึมเศร้า เบื่อโลก ไม่มีพลังกายพลังใจในการดำเนินชีวิตตามปกติหรือทำชีวิตพังได้ โดยเฉพาะวัยรุ่นที่มีความอ่อนไหวและยังไม่มีความเข้มแข็งทางจิตใจเท่าที่ควร เมื่อกหักจึงทำให้ตัดสินใจผิดๆ ได้ง่าย ไม่ว่าจะฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเองหรือทำร้ายคนอื่น ตลอดจนทำผิดกฎหมายหรือเลือกทางเดินผิดจนติดยา   

อาจารย์ พญ.วินิทรา แก้วพิลา จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จึงได้ออกมาแนะนำ 6 ขั้นตอนวิธีการ Move on เวลาช้ำรัก ไม่ให้ชีวิตจมปลักกับความโศกเศร้านานเกินไปและสามารถใช้ชีวิตก้าวต่อไปได้อย่างถูกต้อง นั่นคือ  

 

Move On แบบไหนเมื่อ "อกหัก" จะได้ไม่ช้ำรักนาน

 

ยอมรับและให้เกียรติความเจ็บปวด (Honor Your Pain)  นั่นคือเมื่อเกิดประสบการณ์ความอกหักจะต้องยอมรับความเจ็บปวด เพือจะได้เรียนรู้และเติบโตได้  คุณหมออธิบายว่าความเจ็บปวดจากการอกหัก เป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่มีความหมายในชีวิต ที่สำหรับบางคนแล้วอาจเป็น กระบวนการจัดการกับการสูญเสียครั้งใหญ่ที่สั่งสมมาในอดีต  นั่นคือให้ยอมรับความคิดต่างๆ ไม่ว่าจะ "ไม่อยากเจ็บปวด" "ยังเสียใจอยู่" "ทำไมยังไม่หาย" ก็คิดถึงมันได้แต่เราควรมองมันในแง่มุมที่ต่างไปได้ เช่น ลองจินตนาการภาพดอกบัวที่งอกมาจากโคลนตม ก็คือตัวเราที่จะสามารถเติบโตงอกงามออกมาจากความทุกข์ได้ เมื่อยอมรับว่าเจ็บปวดได้ก็จะทำใจได้ว่าสักวันก็ต้องหายและออกมาจากสถานการณ์นั้นได้เอง

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทำไมใครไม่เข้าใจ "วัยรุ่น" ก้าวร้าวรุนแรงมากขึ้น เกิดจากอะไร แก้ไขอย่างไร

เช็กเลย "กรมสุขภาพจิต" เพิ่มช่องทางให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตช่วง "โควิด-19"

วิศวะ-ศิริราชฯ ม.มหิดล เปิดตัว "ใส่ใจ" แชทบอทเพื่อสุขภาพจิตคนไทย

 

มองเหตุการณ์ตามความเป็นจริง (Be Realistic) คือเมื่อเจอประสบการณ์อันเจ็บปวด ให้เลือกมองสถานการณ์จากทั้งสองด้าน คือทั้งด้านที่อาจมองคนรักเก่าว่าเป็นคนในอุดมคติ คิดถึงช่วงเวลาดีๆ คิดว่าอย่างน้อยก็ได้มีสิ่งดีๆ ร่วมกัน รวมถึงด้านที่ทำให้ความสัมพันธ์ไม่สามารถไปต่อได้ ไม่ว่าคนคนนั้นจะมีข้อดีแค่ไหน นั่นก็แสดงว่าเรากับเขายังมีสิ่งที่เข้ากันไม่ได้  การที่เขาตัดสินใจไม่เลือกเราถือเป็นข้อเสียใหญ่ที่ทำให้เราไม่ควรเลือกที่จะมีความสัมพันธ์ต่อไป คิดเสียว่าหากคบกันต่อไปอาจยิ่งมีปัญหาหรือทะเลากันได้มากกว่าเดิม จะนั้นหยุดไว้ตรงนี้อาจจะดีที่สุด

สำรวจความคาดหวัง (Explore Hope & Expectation) และลดความคาดหวังต่างๆ ลง เพราะความทุกข์ความเสียใจและบีบคั้นในใจที่เกิดขึ้นในชีวิตบ่อยครั้ง อาจมาจากความคาดหวังของเราเองนั่นคือเรายังไม่อยากปล่อยวาง คาดว่าเขาจะเป็นอย่างที่เราคิด เช่น อยากให้เค้ากลับคืนมา อยากกลับไปแก้ไขอดีต ไม่อยากอยู่คนเดียว  ซึ่งทุกอย่างเราสามารถคิดได้แต่ต้องไม่ตัดพ้อ ท้อแท้ หรือตัดสินว่าเขาหรือเราผิด  แต่อาจลองพิจารณาดูว่าเราคาดหวังอะไรเกินไปมากหรือเปล่าและปล่อยวางความคาดหวังที่ยากจะเป็นจริง เพราะชีวิตจริงเราไม่สามารถจะไปควบคุมหรือเปลี่ยนแปลงผู้อื่นได้ จะทำให้เราสบายใจขึ้นได้นั่นเอง

 

Move On แบบไหนเมื่อ "อกหัก" จะได้ไม่ช้ำรักนาน

 

ถอนยาล้างพิษ (Detoxification) ตัดการติดต่อ เป็นวิธีการ Move On ที่ทำให้เราไม่ต้องทุกข์ใจยาวนานหรือซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะการอกหักเปรียบเสมือนการถอนยาจากการเสพติด เสพติดความรัก เสพติดการต้องอยู่ข้างๆ กัน ติดต่อกันบ่อย  ดังนั้นวิธีเยียวยารักษาคือไม่กลับไปติดสิ่งเหล่านั้นอีก นั่นคือไม่ควรหมกมุ่น คิด หรือติดต่อคนรักเก่า คนที่ทำเราอกหัก หาทางตัดการเชื่อมโยงที่ทำให้เจ็บช้ำใจ เช่น ตัดการติดต่อทางโทรศัพท์ หรือโซเชียลมีเดีย ไม่ไปส่องเฟซบุ๊กของเขาถ้าทำได้ ไม่ไลน์ไปหา หรือถามคนอื่นว่าเขาเป็นอย่างไร แม้ทุกอย่างจะห้ามทำยาก แต่จะทำให้เรามีเวลาได้พักใจ ให้เวลาช่วยบรรเทาความเจ็บปวดได้  เมื่อถึงเวลานั้นที่เราทำใจได้ จะได้สามารถกลับมาเป็นเพื่อนกับคนรักเก่าได้อีกในอนาคต

 

 

 

เมตตาตนเอง (Self-Compassion) หรือเรียกง่ายๆ ว่ารักตัวเอง เห็นคุณค่าของเราเอง เพราะหากเราไม่รักตัวเองโทษตัวเอง มองว่าตัวเองไม่ดีพอ เศร้าเสียใจหรือความกลัวกังวลในอนาคต ให้ลองเปรียบตัวเองเหมือนเพื่อนสนิทที่สุดของเรา ลองพูดคุยกับตัวเองรับฟังตัวเอง ปลอบโยนและให้กำลังใจตนเอง เหมือนที่เราจะทำให้เพื่อนสนิทคนหนึ่ง  ให้เวลากับตัวเองเพื่อดูแลจิตใจ พัฒนาตนเอง มองว่าเรายังเป็นคนที่มีคุณค่า อนาคตอาจเจอคนเข้ากับเราได้มากกว่า จะทำให้เราเตรียมพร้อมและเปิดใจกับความสัมพันธ์ในอนาคตได้

 

Move On แบบไหนเมื่อ "อกหัก" จะได้ไม่ช้ำรักนาน

 

ฟื้นฟูความสัมพันธ์ (Cultivate Meaningful Relationship) หมายถึงการไม่ตัดความสัมพันธ์กับคนอื่น ขอให้หันมาใส่ใจความสัมพันธ์กับคนใกล้ตัวและครอบครัวให้มากขึ้น  เพราะความสัมพันธ์เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตเมื่อเราสูญเสียความสัมพันธ์หลักหรือคนที่เรารักไป อาจทำให้รู้สึกสูญเสียตัวตนบางส่วนที่สำคัญไปด้วย ดังนั้นจึงเป็นช่วงสำคัญที่เราควรฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่มีความหมายกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง ได้ใช้เวลาดีๆ ร่วมกันและหาความสุขกับสิ่งใกล้ตัวให้ได้ เช่น ทำกิจกรรมหรือเที่ยวกับครอบครัว คุยเล่นกับเพื่อน สนุกกับสัตว์เลี้ยง จะทำให้ลืมอดีตที่ทำให้เราเสียใจได้ง่ายและเร็วขึ้น    

...เชื่อว่าหลายคนบอกว่าทำยาก แต่หากเราค่อยๆ คิดในแง่ดี เก็บความสัมพันธ์เหล่านั้นไว้เป็นความทรงจำ แล้วก้าวเดินไปข้างหน้า อนาคตเราก็อาจจะได้เจอกับความสุขในแง่อื่นๆ หรือเจอคนที่เรากำลังรอคอยอยู่ได้เร็วขึ้นแน่นอน....