ไลฟ์สไตล์

"รักษ์หัวใจ" วันวาเลนไทน์

"รักษ์หัวใจ" วันวาเลนไทน์

10 ก.พ. 2553

โรคหัวใจขาดเลือด จากหลอดเลือดหัวใจตีบหรือตัน กลับกลายเป็นโรคที่พบมากขึ้นในปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่า สิ่งแวดล้อม อาหารการกิน โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันสูง เป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมให้เกิดโรคนี้

คอเลสเตอรอล เป็นสารที่มีประโยชน์อย่างมากต่อร่างกาย แต่หากได้รับในปริมาณมากเกินไปจะทำให้เกิดโทษต่อร่างกาย เพราะคอเลสเตอรอลจะจับตัวกันเป็นแผ่น เกาะที่ผนังหลอดเลือดแดง เกิดการตีบแคบของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ ทำให้เกิดภาวะหัวใจขาดเลือด 
 คอเลสเตอรอล ชนิดร้าย หรือ แอลดีแอล (LDL) เป็นตัวที่มีบทบาทสำคัญในการสะสมไขมันในผนังหลอดเลือดแดง ไขมันชนิดนี้ร่างกายสร้างขึ้นเองส่วนหนึ่ง และมาจากอาหารที่มีไขมันสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งไขมันจากสัตว์อีกส่วนหนึ่ง
 คอเลสเตอรอล ชนิดดี หรือ เอชดีแอล (HDL) ไขมันขนิดนี้จะช่วยในการขนถ่ายคอเลสเตอรอลที่สะสม ออกมาทำลาย ช่วยป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด ดังนั้น หากยิ่งสูง ยิ่งเป็นผลดี ไขมันชนิดนี้ร่างกายสร้างขึ้นเอง และจะมีปริมาณสูงขึ้นในผู้ที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
 ไขมันไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) เป็นไขมันอีกชนิดหนึ่งที่มาจากอาหาร ร่วมกับร่างกายสร้างขึ้นที่ตับ ไตรกลีเซอไรด์เป็นแหล่งพลังงานสำคัญของร่างกาย โดยอาหารพวกแป้งและน้ำตาล รวมทั้งโปรตีนที่เหลือใช้ จะถูกเปลี่ยนเป็นไตรกลีเซอไรด์ และถูกเก็บสะสมไว้ที่ชั้นไขมัน เพื่อเป็นพลังงานสำรอง ไขมันชนิดนี้ ปัจจุบันมีข้อมูลบ่งชี้ว่า เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่อ้วน เป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และมีระดับเอชดีแอลต่ำ
 ปริมาณระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายที่เหมาะสม สามารถตรวจหาปริมาณดูระดับคอเลสเตอรอล รวมทั้งระดับไขมันได้ไม่ยากนัก โดยทั่วไปนิยมตรวจในตอนเช้า หลังจากงดอาหารเป็นเวลา 12 ชั่วโมง
 ระดับไขมันที่ตรวจ มีค่าที่ควรจะเป็น ดังนี้
 ชนิดของไขมัน  ปริมาณที่เหมาะสม 
 คอเลสเตอรอล    น้อยกว่า 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร 
 ไขมัน HDL   ควรอยู่ในระหว่าง 40-60 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร 
 ไขมัน LDL   น้อยกว่า 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร 
 ไตรกลีเซอไรด์   น้อยกว่า 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร 
 หากพบว่า ไขมันสูงมากกว่าระดับที่แนะนำ ให้ควบคุมอาหาร โดยการหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งไขมันจากสัตว์ เลือกรับประทานอาหารที่มีคุณค่า เช่น
 -รับประทานผัก ผลไม้ หรือธัญพืชให้มากขึ้น
 -เลือกใช้น้ำมันชนิดไม่อิ่มตัวในการประกอบอาหาร
 -เลือกดื่มนม หรือผลิตภัณฑ์จากนมที่มีไขมันต่ำ
 -เพิ่มการรับประทานอาหารประเภทปลา
 การออกกำลังกาย เป็นอีกวิธีหนึ่งที่แพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายมีความเห็นตรงกันว่า เป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันโรค โดยเฉพาะช่วยลดระดับไขมัน ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ แม้พอประมาณก็จะเกิดประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมหาศาล การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอกจากช่วยเผาผลาญไขมัน และลดน้ำหนักแล้ว ยังทำให้ไขมันเอชดีแอลสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อหัวใจอีกด้วย
ศูนย์บอลลูนหลอดเลือดหัวใจ
โรงพยาบาลเชียงใหม่ ราม
โทร.0-5389-5551