
สมเด็จพระเทพฯทรงเปิดพิพิธภัณฑ์บ้านเชียง
นายเกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีบวงสรวงปู่ขุนเชียงสวัสดิ์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง แหล่งมรดกโลกบ้านเชียง จ.อุดรธานี ว่า
วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2553 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารกัลยาณิวัฒนา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง ทรงปลูกต้นหมากแข้ง และทอดพระเนตรนิทรรศการภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง ถือกำเนิดขึ้นหลังจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเยี่ยมชมการขุดค้นทางโบราณคดีที่บ้านเชียง เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2515 เป็นผลให้คนในท้องถิ่นตื่นตัว ตระหนักในความสำคัญของแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง ซึ่งเป็นอู่อารยธรรมแสดงความเจริญของท้องถิ่นนับย้อนไปในอดีตหลายพันปี จึงร่วมมือร่วมใจกันรักษาศิลปวัตถุในท้องถิ่นของตนไว้เป็นมรดกวัฒนธรรมของชาติ
ต่อมากรมศิลปากรสร้างอาคารหลังที่ 2 ขึ้น เพื่อจัดแสดงนิทรรศการ และปรับปรุงการจัดแสดงนิทรรศการถาวร และส่วนบริการต่างๆ เมื่อปี 2549 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานนามอาคารจัดแสดงนิทรรศการถาวรหลังใหม่ว่า “อาคารกัลยาณิวัฒนา” เพื่อเฉลิมพระเกียรติถึงพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่ทรงมีต่อกิจการของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง ภายในประกอบด้วยห้องจัดแสดงนิทรรศการ 9 ห้องที่สำคัญ
เป็นต้นว่า 1.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับบ้านเชียง 2.นิทรรศการประวัติการศึกษาแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง 3.การปฏิบัติงานทางโบราณคดีที่บ้านเชียง 4.หลุมขุดค้นทางโบราณคดีจำลอง 5.โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่ขุดค้นพบจากวัดโพธิ์ศรี 6.จัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ที่พบจากการขุดค้นทางโบราณคดีที่วัดโพธิ์ศรีใน ในยุคสมัยต่างๆ 7.นิทรรศการวิถีชีวิตสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่บ้านเชียง 8.นิทรรศการบ้านเชียงการค้นพบยุคสัมฤทธิ์ที่สาบสูญ 9.บ้านเชียงและมรดกโลก ถือเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูล ศึกษา วิจัย อนุรักษ์ ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติต่อไป



