
จุฬาฯดูแลฟันเด็กแก้ผู้ใหญ่ฟันแย่
ผศ.ทญ.รุจิรา เผื่อนอัยกา หัวหน้าภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า
การดูแลฟันและสุขภาพช่องปากของคนเรานั้นควรเริ่มตั้งแต่แรกเกิด ไม่ควรปล่อยให้เด็กดูดนมจนหลับไปเพราะจะทำให้ลิ้นและปากของเด็กเป็นฝ้าและมีความเสี่ยงของโรคฟันผุ ซึ่งการทำฟันนั้นควรเริ่มตั้งแต่ฟันซี่แรกขึ้น โดยใช้ยาสีฟันแตะแปรงพอชื้น 1 จุด และใช้ผ้าก๊อซหรือผ้าสะอาดชุบน้ำ เช็ดฟองออก เมื่อฟันขึ้นมากขึ้นก็จะใช้ยาสีฟันขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียว การแปรงฟันในเด็กอายุต่ำกว่า 6-7 ปี หรือเด็กที่ยังไม่สามารถผูกเชือกรองเท้าเองได้ ผู้ใหญ่ควรจะเป็นผู้แปรงให้ โดยให้เด็กนอนหนุนตัก จะมองเห็นได้ชัดเจนและแปรงให้ถนัด ปลอดภัย วิธีแปรงก็คือขยับไปมา สั้นๆ ในแนวนอนประมาณ 20 ครั้งต่อตำแหน่งของฟันทุก 3 ซี่โดยต้องแปรงทั้งด้านแก้มด้านลิ้น และด้านเคี้ยวอาหาร
"ยาสีฟันนั้นควรใช้ยาสีฟันสำหรับเด็กที่ผสมฟลูออไรด์ 500 ส่วนในล้านส่วน (พีพีเอ็ม) เมื่อเด็กโตขึ้นสามารถควบคุมการกลืนได้ดีจึงใช้ยาสีฟันแบบผู้ใหญ่ได้ นอกจากนี้การทำความสะอาดฟันควรใช้ไหมขัดฟันควบคู่กันไปด้วย ส่วนกระบวนการป้องกันฟันผุ ควรจะควบคุมเรื่องอาหารและของว่าง การเคลือบร่องฟันและการพาเด็กไปพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน หรือตามที่คุณหมอนัด" ผศ.ทญ.รุจิรา กล่าว
ผศ.ทญ.รุจิรากล่าวอีกว่า ในส่วนของคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้ให้บริการดูแลสุขภาพปากและฟันให้แก่เด็กโดยให้คำปรึกษาในการป้องกัน ดูแลและรักษาสุขภาพฟันเด็กตั้งแต่แรกเกิดต่อเนื่องไปจนถึงอายุ 15 ปี รวมทั้งผู้ที่มีปัญหาและผู้มีความบกพร่องในการให้ความร่วมมือในการทำฟัน ผู้ปกครองเป็นผู้มีบทบาทสำคัญมาก หากช่วยกันปลูกฝังให้เด็กรู้จักดูแลสุขภาพฟันตั้งแต่ยังเล็กๆ และสร้างทัศนคติที่ดีต่อการทำฟัน จะช่วยลดปริมาณคนไทยที่มีปัญหาด้านสุขภาพฟันได้ในระยะยาว ขณะนี้เด็กที่เข้ารับการรักษาที่นี่ เมื่ออายุเกินกว่า 15 ปี ก็ยังสามารถมารับบริการที่คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ผู้สนใจติดต่อ โทร.0-2218-8916-18 โดยมาใช้บริการได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00-16.00 น.



