ไลฟ์สไตล์

วิจัยพบใช้สารสกัดมะคำดีควายล้างผ้าฝ้ายสะอาด

วิจัยพบใช้สารสกัดมะคำดีควายล้างผ้าฝ้ายสะอาด

08 ก.พ. 2553

นักวิจัยมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา จัดทำโครงการวิจัย เรื่อง ‘การใช้สารสกัดจากผลมะคำดีควายสำหรับการทำความสะอาดผ้าฝ้าย’ โดยมี ดร.จารุวรรณ สุจริต จากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากสถาบันวิจัยและพัฒนาสุขภาพภาคใต

 ดร.จารุวรรณเล่าว่า งานวิจัย ‘การใช้สารสกัดจากผลมะคำดีควายสำหรับการทำความสะอาดผ้าฝ้าย’ ได้โจทย์วิจัยมาจากกลุ่มอาชีพผลิตภัณฑ์ผ้ามัดย้อมใน จ.นครศรีธรรมราช โดยได้เจอปัญหาสีผ้าซีดจางลง เมื่อใช้งานได้สักระยะ จึงมีความคิดว่าความรู้ทางวิทยาศาสตร์น่าจะสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ จึงนำมาเป็นโจทย์วิจัย

 นักวิจัยยังบอกอีกว่า ในกระบวนการย้อมผ้า มีขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญคือการทำความสะอาดผ้า เพื่อกำจัดสารประกอบประเภทอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เซลลูโลสในเนื้อผ้า เช่น ไขมัน น้ำมัน ขี้ผึ้ง เพคติน และโปรตีนออกไป ซึ่งสารเหล่านี้จะเคลือบอยู่ในเนื้อ ผ้า หากมีอยู่จะทำให้ไปขัดขวางการติดสีของผ้า ทำให้โมเลกุลของผ้าไม่สามารถดูดซับสีย้อมได้เต็มที่ จึงจำเป็นจะต้องเอาสารประกอบที่ไม่จำเป็นออกจากเนื้อผ้าก่อน

 “กลุ่มอาชีพผลิตภัณฑ์ผ้ามัดย้อมยังใช้ผงซักฟอกทั่วไป ซึ่งเป็นสารเคมีในการทำความสะอาดผ้า อาจก่อให้เกิดปัญหามลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้นเพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อมดังกล่าวเลยศึกษาว่าจะมีสารธรรมชาติประเภทไหนบ้างที่สามารถใช้ทำความสะอาดผ้าแทนผงซักฟอกได้ ต่อมาก็พบว่าสารซาโปนิน ไกลโคไซด์ ในผลมะคำดีควายมีคุณสมบัติเหมาะสม สามารถชำระล้างได้ดี คล้ายผงซักฟอก และสบู่ คือเป็นสารลดแรงตึงผิว ทำให้เกิดฟองเมื่อเขย่ากับน้ำ จึงมีแนวคิดในการนำผลมะคำดีควาย ซึ่งเป็นวัสดุจากธรรมชาติที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาสกัดเพื่อใช้ในการทำความสะอาดผ้าฝ้าย”

 หลังจากนำผลมะคำดีควายมาศึกษาสภาวะทางเคมีหาความเข้มข้นที่เหมาะสมเพื่อใช้ทำความสะอาดผ้าได้ นอกจากนั้นยังศึกษาความสามารถดูดซับสีย้อมธรรมชาติ โดยการเปรียบเทียบร่วมกับผ้าที่ไม่ได้ทำความสะอาด และผ้าที่ทำความสะอาดด้วยผงซักฟอก ผลปรากฏว่าการดูดซับสีย้อมของผ้าที่ทำความสะอาดด้วยสารสกัดจากผลมะคำดีควายสามารถดูดซับสีได้ดีกว่า นอกจากนี้ผ้าที่ได้จะมีความอ่อนนุ่ม และที่สำคัญ คุณสมบัติของน้ำทิ้งจากการทำความสะอาดผ้าด้วยมะคำดีควายจะไม่สร้างมลภาวะทางน้ำให้กับสิ่งแวดล้อม ซึ่งหลังจากนี้ทีมนักวิจัยจะนำความรู้ดังกล่าวไปเผยแพร่และถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับกลุ่มอาชีพผลิตภัณฑ์ผ้ามัดย้อมต่อไป