
สพฐ.ตั้งเป้าพัฒนานักเก่งวิทย์3%จาก8แสนคน
สพฐ.จัดฝึกอบรมผู้บริหารโรงเรียนแกนนำยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทย์-คณิตฯ ภาคอีสาน หวังนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งเป้าทั่วประเทศทำห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ 207 ห้องเรียน พร้อมลุยพัฒนาเด็กเก่งทางด้านวิทยาศาสตร์ให้ได้ 3% จาก 8 แสนคน
วันนี้ (8 ก.พ.) ที่โรงแรมเจริญธานีปริ๊นเซส จ.ขอนแก่น ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า ผอ.สำวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเปิดการฝึกอบรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์และการบริหารจัดการงบประมาณโครงการโรงเรียนแกนนำยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ 1,750 โรงเรียน ตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ว่า
โดย ดร.เบญจลักษณ์ ระบุว่า ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะได้ทุ่มงบลงทุนทางด้านการศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ โดยในปีงบประมาณ 2553 ทางกระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดำเนินงานโครงการแกนนำยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนฯ ของโรงเรียนในสังกัด สพฐ.ทั่วประเทศ ให้ได้ 1,750 โรงเรียน และโรงเรียนห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ จำนวน 207 โรงเรียน ซึ่งโครงการดังกล่าวถือเป็นนโยบายการปฏิรูปการศึกษาของรัฐบาลสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และสิ่งสำคัญคือเปิดโอกาสให้เด็กไทยเรียนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ตามเกณฑ์มาตรฐานมากยิ่งขึ้น
สำหรับโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการยกระดับวิทย์-คณิต โรงเรียนเหล่านี้นอกจากจะต้องส่งเสริมในด้านการเพิ่มองค์ความรู้ให้กับบุคลากรทางด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์แล้ว การส่งเสริมด้านการจัดซื้อสื่อและวัสดุประกอบการเรียนวิชาวิทย์-คณิต ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกัน โดยทาง สพฐ.ตั้งเป้าว่าแต่ละเขตพื้นที่การศึกษา จะต้องมีโรงเรียนในสังกัดที่สามารถยกระดับฯ ประมาณ 10 โรงเรียน ซึ่งเมื่อโรงเรียนเหล่านี้เข้มแข็งแล้วก็จะเป็นสถานที่ที่เปิดโอกาสให้เด็กหรือครูจากโรงเรียนอื่นๆ มาเรียนรู้
ส่วนการทำห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ 207 โรงเรียนทั่วประเทศ เนื่องจากปัจจุบันมีนักเรียน ม.ปลาย ที่เรียนประมาณ 8 แสนคน ทำอย่างไรที่จะพัฒนาเด็กมีความรู้ความสามารถในวิชาวิทยาศาสตร์มากยิ่งขึ้น จึงได้ทำโครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์นี้ขึ้นมา โดยในจำนวน 207 โรงเรียน จะเลือกห้องเรียนมา 1 ห้องเพื่อทำการเรียนวิทยาศาสตร์แบบเข้มข้น โดยดึงเอาอาจารย์จากสถาบันอุดมศึกษาเข้ามากระตุ้นและสร้างความเข้มแข็งให้กับเด็กไทย โดยเด็กเหล่านี้จะมาเป็นแกนหลักในการพัฒนาเด็กรุ่นต่อๆ ไป และเพิ่มห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์มากขึ้น ซึ่งตั้งเป้าไว้ว่าในปีงบประมาณ 2553 จะมีเด็กเก่งวิทยาศาสตร์ไม่น้อย 3% จากนักเรียน ม.ปลายราว 8 แสนคน



