
ดูแลเด็กตัวเขียว
เด็กที่มีโรคหัวใจไม่จำเป็นต้องให้การเลี้ยงดูที่แตกต่างจากเด็กปกติทั่วไป
ส่วนใหญ่สามารถเรียนหนังสือ ออกกำลังกาย และมีการเจริญเติบโตเช่นเดียวกับเด็กปกติ บิดา มารดา และผู้ปกครอง มีส่วนร่วมอย่างมากในการดูแลเด็กเหล่านี้ เพื่อเด็กจะได้มีสุขภาพกายและจิตใจที่ดี
เด็กที่มีโรคหัวใจแต่ไม่มีอาการแสดงของโรคหัวใจ หรือมีอาการน้อย
ที่มีความผิดปกติของหัวใจที่ไม่รุนแรง บิดา มารดา ควรให้การเลี้ยงดูเช่นเดียวกับเด็กปกติทั่วไป ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย หรือการเรียน ควรพาเด็กไปพบแพทย์โรคหัวใจอย่างสม่ำเสมอ เพื่อแพทย์จะได้ประเมินสภาพความรุนแรงของหัวใจเป็นระยะๆ เนื่องจากโรคหัวใจบางชนิดอาจมีความรุนแรงมากขึ้น เมื่อเด็กมีอายุมากขึ้น หรืออาจมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นได้
เด็กที่มีอาการของภาวะหัวใจล้มเหลว
เด็กเหล่านี้มักมีอาการเหนื่อย หายใจเร็ว ดูดนมลำบาก เติบโตช้า บวม หรือไม่สบายบ่อยๆ ส่วนใหญ่มักจะได้รับยาที่ทำให้หัวใจบีบตัวดีขึ้น ยาขับปัสสาวะ หรือยาขยายหลอดเลือด บิดา มารดาหรือผู้ปกครองให้ความร่วมมือโดยการลดอาหารที่มีรสเค็ม หลีกเลี่ยงการใส่น้ำปลาหรือเกลือลงไปในอาหาร เด็กสามารถรับประทานอาหารที่ผู้ปกครองรับประทานตามปกติได้
ควรหลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในที่แออัด ให้ยาอย่างสม่ำเสมอและขนาดที่ถูกต้อง เด็กที่ควบคุมอาการของภาวะหัวใจล้มเหลวได้ดี จะมีการเจริญเติบโต ออกกำลังกาย และไปโรงเรียนได้เหมือนเด็กปกติ บางรายอาจต้องผ่าตัดรักษาความผิดปกติเพื่อทำให้ภาวะหัวใจล้มเหลวดีขึ้น
เด็กที่มีอาการเขียว
เด็กกลุ่มนี้อาจมีหรือไม่มีอาการของภาวะหัวใจล้มเหลวร่วมด้วยได้ ผู้ปกครองสามารถให้การดูแลเช่นเดียวกับเด็กที่มีอาการหัวใจล้มเหลว เด็กที่มีอาการเขียวบางรายอาจมีอาการเขียวกะทันหัน โดยมีอาการเขียวคล้ำมากกว่าปกติ ร่วมกับมีอาการหายใจหอบลึก ในกรณีที่เป็นรุนแรงอาจมีอาการตัวเกร็ง เป็นลมหมดสติได้
อาการนี้มักเกิดขึ้นในตอนเช้า มีภาวะซีด จากการขาดธาตุเหล็ก มีไข้ ร้องนานๆ หรือออกกำลังกายจนเหนื่อยมาก บิดา มารดาและผู้ปกครองควรระวังอย่าให้เด็กขาดน้ำ ให้รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็ก เมื่อเด็กมีอาการนี้ ให้จับเด็กนั่งยองๆ หรืออุ้มพาดบ่า เอาเข่าชิดหน้าอก ถ้าอาการไม่ดีขึ้น ให้รีบพาเด็กมาพบแพทย์
การออกกำลังกาย
การออกกำลังกาย หรือการเล่นกีฬา เด็กที่มีโรคหัวใจบางรายอาจถูกจำกัดการออกกำลังกาย โดยลักษณะของโรคหัวใจ แต่เด็กบางรายอาจถูกจำกัดโดยบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง เนื่องจากคิดว่าเด็กไม่สามารถเล่นหรือออกกำลังกายได้คล้ายเด็กปกติ ดังนั้น ควรให้เด็กได้ออกกำลังกาย หรือเล่นเท่าที่เด็กสามารถทำได้ ยกเว้นในบางรายที่ไม่ควรให้ออกกำลังกายที่เป็นการแข่งขัน หรือการเล่นที่รุนแรง ซึ่งแพทย์จะแนะนำเป็นรายๆ
การดูแลสุขภาพเหงือกและฟัน
มีความจำเป็นอย่างมากสำหรับเด็กที่มีโรคหัวใจ เนื่องจากเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดการติดเชื้อของลิ้นหัวใจ และหลอดเลือด หรือฝีในสมอง ควรพาเด็กไปพบทันตแพทย์เมื่อเด็กอายุได้ 2 ปี และพาไปพบอย่างสม่ำเสมอทุก 6-12 เดือน การให้ฟลูออไรด์ สามารถให้ได้ตั้งแต่เด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป และในการพบกับทันตแพทย์ ต้องบอกทุกครั้งว่า เด็กเป็นโรคหัวใจ
การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค
เด็กควรได้รับวัคซีนเหมือนเด็กปกติ แต่จะมีการให้ภูมิคุ้มกันเพิ่มเติมในผู้ป่วยโรคหัวใจบางชนิด ไม่ควรนำเด็กเข้าใกล้คนป่วยและในชุมนุมชน เนื่องจากเด็กโรคหัวใจที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวมักเป็นหวัด หรือปอดบวมได้ง่าย และมักหายช้ากว่าเด็กปกติ ส่วนเด็กโรคหัวใจที่มีอาการเขียว การมีไข้ทำให้เกิดการขาดน้ำ และกระตุ้นให้เกิดอาการเขียวกะทันหันได้
โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล
โทร.0-2877-1111 Call Center 1745



