ไลฟ์สไตล์

"ยิ่งแก่ตัว...คอยิ่งเสื่อม"

"ยิ่งแก่ตัว...คอยิ่งเสื่อม"

08 ก.พ. 2553

เสียงดังกร๊อบบริเวณคอ ปวดคอ คอเกร็ง ปวดมากขึ้นเมื่อขยับคอ

ถ้ามีอาการเช่นนี้ เป็นไปได้ว่ากำลังเป็น “โรคข้อกระดูกสันหลังคอเสื่อม” ภาวะที่เกิดขึ้นตามความเสื่อมถอยของสังขารและอายุ ส่วนไหนที่ถูกใช้งานมากก็จะเสื่อมเร็วกว่าส่วนที่ใช้งานน้อย
 โดยปกติกระดูกสันหลังคอจะมีการเคลื่อนไหวมากกว่า 600 ครั้งในแต่ละชั่วโมง ต้องรับแรงกด แรงบิดและแรงตึงเครียดในชีวิตประจำวันอีก
 โรคข้อกระดูกสันหลังคอเสื่อมจะพบมากขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีอายุระหว่าง 35-40 ปี คอจะเริ่มเสื่อม หลังอายุ 60 ปี การเหลียวไปที่ละข้างเกิน 90 องศา มักจะทำได้ไม่สะดวก และมีอาการปวดคอมาแทรกซ้อน
 วันนี้ สถาบันโรคกระดูกสันหลังกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ จะแนะวิธีแก้ปัญหานี้ให้มีคอที่แข็งแรง สามารถใช้งานได้อย่างปกติตลอดไป
 การบริหารเป็นประจำ รวมทั้งการนวด หรือใช้กายภาพบริหาร มีโอกาสช่วยให้อาการบรรเทาได้ เนื่องจากข้อกระดูกอักเสบ อาจจะต้องการใช้การบริหาร หรือนวดบ่อยครั้ง เมื่อมีอาการกำเริบอาจจะต้องพบนักกายภาพบำบัดประมาณ 7-8 ครั้ง ก่อนที่อาการจะดีขึ้น
 การใช้เครื่องมือภายนอกช่วยบรรเทาอาการของกล้ามเนื้อคอ เช่น การใส่ปลอกคอ อาจจะช่วยให้อาการเจ็บคอ และแขน บรรเทาลงได้เร็วขึ้น หลังจากที่อาการบรรเทาจากการใส่ปลอกคอ ควรจะตามด้วยกายภาพบำบัด เพื่อช่วยรักษาอาการหมุน และเงยคอ ไม่ให้เสียไป
 ในรายที่อาการเจ็บยังไม่ดีขึ้น ควรจะต้องใช้การฉีดยาลดอาการอักเสบเข้าช่วยที่คอเป็นครั้งๆ ในรายที่มีอาการเจ็บ ชา หรืออ่อนแรงลงแขน ควรจะพบแพทย์ผู้ชำนาญด้านกระดูกสันหลัง เพื่อรับคำปรึกษา และตรวจต่อด้วยเครื่องเอ็มอาร์ไอ สแกน ในรายที่มีแขนชา หรืออ่อนแรงมาก อาจจะต้องคิดถึงการผ่าตัด เพื่อที่จะรักษาอาการและรักษาการทำงานของเส้นประสาทที่ถูกกดโดยกระดูกงอก
วิธีดูแลและป้องกันตัวเองให้ดี
 - เมื่อทำงานอยู่ในท่าเดียวนานๆ ควรลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ
 - ไม่ควรใส่เสื้อผ้ารัดแน่นเกินไป
 - ไม่ควรนอนฟูกนิ่มเกินไป ความสูงของหมอนควรพอเหมาะกับคอเพื่อลดการทำงานของคอ อาจใช้หมอนใบเล็กๆ รองใต้บริเวณคอร่วมด้วย
 - บริเวณคอควรได้รับความอบอุ่น ไม่ควรตากแอร์ ตากลมตรงๆ
 - ไม่ว่าในท่าเดินหรือท่ายืน ศีรษะก็ควรจะอยู่ตั้งตรงบนลำตัว ไม่ควรก้มศีรษะลง
 - การโน้มศีรษะลงขณะอ่านหนังสือจะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณคอทำงานมากกว่าปกติ
 - ควรจะยกหนังสือให้ตั้งขึ้นได้ระดับสายตา อาจวางตั้งบนกองหนังสือหรือกล่องก็ได้
 - ขณะขับรถควรเคลื่อนลำตัวให้ใกล้พวงมาลัย
 - แม้แต่การนวดอย่างนิ่มนวลอาจช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณคอ
 - การใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบอาจช่วยลดอาการปวดคอได้ แต่ถ้าจะให้ได้ผลที่ดีกว่า ควรประคบแบบเปียกด้วยผ้าชุบน้ำร้อน
 ควรออกกำลังกายในท่าที่จะช่วยบริหารต้นคอ ท่าเหล่านี้จะลดความตึงตัวของเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อบริเวณคอ สามารถทำได้ที่บ้านและที่ทำงานวันละ 2-3 ครั้ง และท่าใดที่ต้องก้มศีรษะลง ให้ปล่อยขากรรไกรลงให้มากที่สุด พร้อมกับหลับตา และเพื่อให้ได้ผลดีขึ้นให้ทำ 2 แบบแรก อย่างช้าๆ เท่าที่จะทำได้
 ดังนี้ หมุนศีรษะตามเข็มนาฬิกา 3 ครั้ง และในทางตรงข้ามอีก 3 ครั้ง ทิ้งน้ำหนักของศีรษะลงเต็มที่ในการหมุนแต่ละครั้ง ก้มศีรษะไปข้างหน้าโดยให้ไหล่อยู่กับที่ แล้วเอียงคอไปมาทางด้านข้างและหงายไปข้างหลังให้มากที่สุด ทำซ้ำ 10 ครั้ง
 คอตรงหันศีรษะช้าๆ ไปด้านขวาและซ้าย 10 ครั้ง และทำซ้ำให้เร็วขึ้น แต่ถ้าต้องการตรวจเช็กให้แน่ใจว่าตอนนี้อาการปวดคอที่เป็นอยู่ถึงขั้นเสื่อมหรือไม่ สามารถขอคำปรึกษาได้ที่ สถาบันโรคกระดูกสันหลังกรุงเทพ โทร.1719
สถาบันโรคกระดูกสันหลังกรุงเทพ
โรงพยาบาลกรุงเทพ โทร.1719