ไลฟ์สไตล์

ใครๆก็รักและแสดงโขนได้“ศรีอัมพร ศาลิคุปต์”อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งธนบุรี

ใครๆก็รักและแสดงโขนได้“ศรีอัมพร ศาลิคุปต์”อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งธนบุรี

07 ก.พ. 2553

การปรับหน่วยงานอนุรักษ์ศิลปะโขนจาก “สถาบันโขนแห่งชาติ” มาเป็นงานใน “สำนักการสังคีต” ของเกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร และ ธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เพราะติดปัญหาไม่มีกฎหมายรองรับ คนในแวดวงงานศิลปะโขนต่างเจ็บปวด รวมทั้ง “ศรีอัมพร

 "ชีวิตผมตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น เรียนกฎหมายที่ธรรมศาสตร์ ไม่เคยรู้จักหรือมีความเกี่ยวข้องอะไรกับโขนเลย จนวันหนึ่งไปพบกับ ม.ล.วัลวิภา จรูญโรจน์ ผู้เชี่ยวชาญสถาบันไทยคดีศึกษา ที่ดูแลเรื่องโขนธรรมศาสตร์ เห็นเขาแสดงโขน จึงไปถามว่า ผมแสดงได้ไหม ม.ล.วัลวิภาบอกว่าได้ ยินดีมาก ผมจึงฝึกเป็นตัวฤาษี” อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งธนบุรี เปิดใจ

 ความตั้งใจบวกกับการฝึกฝน ความรักในศิลปะการแสดงโขน ทำให้ได้มีโอกาสร่วมแสดงโขนธรรมศาสตร์ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสสำคัญต่างๆ มาแล้ว 6-7 ครั้ง และจากการคลุกคลีอยู่ในแวดวงศิลปะโขน พบว่าครูโขน นับวันจะล้มหายตายจากไป เหลือ 40-50 คน เครื่องแต่งกายโขนมีน้อย เพราะราคาแพงตกชุดละ 5 หมื่นบาท วัยรุ่นเห่อวัฒนธรรมตะวันตก วัฒนธรรมเกาหลี ภาคประชาชนที่ทำงานอนุรักษ์โขนเหลือเพียงโขนธรรมศาสตร์ โขนรามคำแหง ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนต้องช่วยกันรักษาไว้

 “เข้าใจว่าการขับเคลื่อนกฎหมายมารองรับมีขั้นตอนยุ่งยาก ต้องนั่งร่างกฎหมายแล้วส่งให้คณะรัฐมนตรี ส่งไปให้กฤษฎีกาตรวจสอบแล้วส่งกลับมายังคณะรัฐมนตรี เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร จากนั้นเรียงลำดับความสำคัญของตัวกฎหมายก่อนจะประกาศใช้อีก ใช้เวลายาวนาน จึงอยากจะเรียกร้องให้ภาคประชาชน ภาคประชาสังคม หน่วยงานเอกชนออกมาช่วยกันผลักดันให้เกิดสถาบันโขนแห่งชาติจะรวดเร็วกว่า”
 
ผู้พิพากษาศาลแพ่งธนบุรี เสนอว่าอยากให้มี “หน่วยงานเจ้าภาพ” จะเป็น ม.ธรรมศาสตร์ หรือ ม.รามคำแหง หรือหน่วยงานอื่นๆ มาประชุม หารือถึงปัญหาและการอนุรักษ์ให้ชัดเจน ซึ่งต้องทำอย่างเร่งด่วน กระทรวงศึกษาธิการ สนับสนุนจัดตั้งชมรมโขนในโรงเรียนระดับประถมศึกษาทั่วประเทศอย่างจริงจัง จ้างครูโขนจากวิทยาลัยนาฏศิลปไปสอนเด็กในโรงเรียน ทั้งตัวพระ ตัวนาง ตัวลิง เด็กได้สัมผัสกับโขน จะรักโขนไปโดยปริยาย เด็กที่เล่นโขนจะมีบุคลิกภาพที่ดี มีมารยาทงดงาม สัมมาคารวะ อ่อนน้อมถ่อมตน เป็นการสร้างคนให้มีคุณภาพ

 ขณะเดียวกันต้องพัฒนาหลักสูตรนักศึกษาโขนและรณรงค์เด็กรุ่นใหม่มาเรียนโขนในวิทยาลัยนาฏศิลป รวมถึงเรียนดนตรีไทย นาฏศิลป์ไทย หางบประมาณมารองรับ เช่น ออกสลากการกุศล สลากอนุรักษ์โขน และเชิญชวนบริษัทเอกชน รัฐวิสาหกิจที่มีนโยบายสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีคืนสังคมมาช่วยกันสนับสนุนเรื่องงบประมาณผลักดันให้มีหน่วยงานโขน เมื่อภาคประชาชนออกมาขับเคลื่อน แสดงให้เห็นว่า “การอนุรักษ์โขน เป็นความต้องการที่แท้จริงของประชาชน” หน่วยงานภาครัฐ นักการเมืองจะขยับตามเอง

 “เด็กที่ไม่สนใจโขนเพราะไม่เคยได้เรียนรู้ ได้สัมผัส อยากจะเชิญชวนภาคประชาชน นักธุรกิจ ผู้สนใจ มาคุยกันว่าเราต้องทำอะไร กรมศิลปากรต้องการอะไร และยังมีอะไรที่ขาดจะได้ช่วยเหลือ ไม่อยากให้พวกเราเสียโอกาสนี้ไป โอกาสที่จะได้แสดงออกให้ทุกคนรู้ ใครๆ ก็รักและอนุรักษ์โขนได้ ศิลปวัฒนธรรมไทยทุกแขนงมีคุณค่า มีมูลค่ามหาศาล ไม่คุ้มหากพวกเราจะปล่อยให้สูญหายไป” อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งธนบุรี กล่าวทิ้งท้าย

    ผกามาศ ใจฉลาด รายงาน