Kom Lifestyle

"ขยะติดเชื้อ" อีกหนึ่งความใส่ใจไม่ใช่แค่ "ทิ้ง"

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์

"ขยะติดเชื้อ" อีกหนึ่งความใส่ใจไม่ใช่แค่ "ทิ้ง" ด้วยวิธีการง่ายๆ ช่วยลดการระบาดของโควิด-19

"ขยะติดเชื้อ" มีปริมาฯเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เราทุกคนกำลังเผชิญกันอยู่ในขณะนี้

จากข้อมูลจากกรมอนามัยในปี 2563รายงานไว้ว่า ประเทศไทยมีสถานพยาบาลทั้งรัฐ และเอกชนมากกว่า 37,000 แห่งมีจำนวนเตียงประมาณ 140,000 เตียง

สถานพยาบาลเหล่านี้ มีการผลิตขยะติดเชื้อประมาณ65 ตันต่อวันเป็นขยะติดเชื้อที่เกิดขึ้นในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลประมาณ 20 ตันต่อวัน ที่เหลือเกิดขึ้นในสถานพยาบาล

ในส่วนภูมิภาคอีกประมาณ 45ตันต่อวันโดยคาดการณ์ว่าจากสถานการณ์โควิด-19จะส่งผลให้ปริมาณขยะติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นอีก20ตันต่อวัน ทั้งจากโรงพยาบาล และภาคครัวเรือน รวมถึงโรงพยาบาลสนาม

ด้วยปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากสถานการณ์โควิด-19ทำให้ผู้ผลิตถุงขยะฮีโร่ โดยบริษัท คิงส์แพ็ค อินดัสเตรียล จำกัด ไม่รอช้าที่จะลงมาบริจาคถุงขยะ ถุงแดง และถุงซิป ให้แก่โรงพยาบาลในสังกัดของรัฐ ภายใต้โครงการ “ฮีโร่มาแล้ว” เพื่อช่วยให้แต่ละโรงพยาบาลได้ลดภาระค่าใช้จ่ายและช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อมรวมถึงการป้องกันการกระจายของเชื้อโรคอีกด้วย

"ขยะติดเชื้อ" อีกหนึ่งความใส่ใจไม่ใช่แค่ "ทิ้ง"

ขยะติดเชื้อแยกใส่ถุงแดง

นายทวี จุลศักดิ์ศรีสกุล กรรมการ บริษัท คิงส์แพ็ค อินดัสเตรียล จำกัด ผู้นำนวัตกรรมด้านการผลิตและจัดจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกชั้นนำระดับโลก ภายใต้แบรนด์ “ฮีโร่” (HERO) กล่าวว่าสำหรับสถานการณ์โควิด-19ที่ขยายวงอย่างรวดเร็วในช่วงนี้ เรามุ่งความช่วยเหลือไปที่โรงพยาบาลก่อน เพราะโรงพยาบาลคือที่พึ่งของผู้ป่วย

"ขยะติดเชื้อ" อีกหนึ่งความใส่ใจไม่ใช่แค่ "ทิ้ง"

"เราได้ส่งทีมงานลงพื้นที่พูดคุยกับบรรดาบุคลากรทางการแพทย์หลายๆ โรงพยาบาล พบว่าปริมาณขยะติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก เช่นโรงพยาบาลโพธาราม จ.ราชบุรี มีปริมาณขยะติดเชื้อสูงถึง3.2ตันในเวลาแค่เพียงครึ่งปี"นายทวี กล่าว

ในขณะที่ รพ.สนามของ รพ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี มีปริมาณขยะติดเชื้อสูงถึง423กิโลกรัมต่อวัน และ รพ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาครปริมาณขยะติดเชื้อสูงถึง600กิโลกรัมต่อวันเราหวังว่าถุงขยะที่นำมาบริจาคนั้น จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้โรงพยาบาลได้จัดการขยะได้อย่างไร้กังวล และช่วยลดการแพร่เชื้อได้อีกทางหนึ่ง

การลงพื้นที่ไปบริจาคถุงขยะกับทั้ง3โรงพยาบาลพบว่าจุดร่วมเดียวกัน คือ ปริมาณผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ทุกฝ่ายต้องทุ่มเทการทำงานเพิ่มขึ้นเป็นหลายเท่าตัว แต่ทุกโรงพยาบาลล้วนให้ความสำคัญกับการแยกขยะ และการกำจัดขยะติดเชื้อ เพื่อช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรคออกไป

นายแพทย์สุเทพ จันทรเมธีกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโพธาราม จ.ราชบุรี กล่าวว่า ขยะติดเชื้อของทางโรงพยาบาลมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี2562โรงพยาบาลมีปริมาณขยะติดเชื้ออยู่ที่4.2ตัน จากปริมาณขยะทั้งหมด7.7ตัน และในปี2563ปริมาณขยะติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น4.36ตันต่อปี จากปริมาณขยะทั้งหมด8.36ตัน

สำหรับตัวเลขล่าสุดในช่วง5เดือนแรกของปี2564ปริมาณขยะติดเชื้ออยู่ที่3.2ตันต่อปี ส่งผลให้โรงพยาบาลมีความต้องการใช้ถุงขยะแดงจำนวนมาก โดยในปี2563โรงพยาบาลมีปริมาณการใช้ถุงขยะแดงสูงถึงกว่า3.9ตัน

"ขยะติดเชื้อ" อีกหนึ่งความใส่ใจไม่ใช่แค่ "ทิ้ง"

“ถุงขยะถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง สำหรับโรงพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นถุงขยะทั่วไป หรือถุงแดง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถุงขยะแดง เพราะโรงพยาบาลมีขยะติดเชื้อจำนวนมากในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็น หน้ากากอนามัย ถุงมือยางแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ชุด PPE หลอดยา เข็มฉีดยา และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้รักษาผู้ป่วยติดเชื้ออื่นๆ ซึ่งขยะติดเชื้อหากไม่ได้จัดเก็บอย่างถูกวิธีก็จะเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อบุคลากรทางการแพทย์หรือผู้ดำเนินการจัดการกำจัดขยะ ซึ่งเมื่อแยกขยะติดเชื้อออกแล้ว ก็จะนำไปกำจัดทิ้งโดยวิธีการเผาด้วยความร้อน1,200องศาเซลเซียส”นายแพทย์สุเทพ กล่าว

สอดคล้องกับนายแพทย์ พรเทพ พงศ์ทวิกร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านแพ้วจ.สมุทรสาคร ที่มองว่าการปลูกฝังให้บุคลากรทางการแพทย์และพนักงานในโรงพยาบาลสร้างวินัยการแยกขยะเป็นการควบคุมการแพร่กระจายเชื้อดีที่สุด โดยเฉพาะขยะอันตรายจากเคมีบำบัด ที่ส่งผลต่อสุขภาพและอันตรายต่อทีมแพทย์มากที่สุดได้แก่ ถ่าน และปรอท

โดยการอบรมของเราจะเข้มงวดเป็นพิเศษ พนักงานใหม่ต้องเข้าร่วมปฐมนิเทศในการคัดแยกขยะหลักๆ ได้แก่ขยะทั่วไป ขยะติดเชื้อ ขยะมีพิษ ขยะรีไซเคิล โดยทีมควบคุมโรค และทีมสิ่งแวดล้อมเป็นผู้ดำเนินการ


"รพ.บ้านแพ้วมีขยะติดเชื้อเพิ่มจากเดิม360กิโลกรัมต่อวัน เพิ่มมาเป็น600กิโลกรัมต่อวัน ขยะทั่วไป1,200กิโลกรัมต่อวันเพิ่มมาเป็น1,371กิโลกรัมต่อวัน ผลมาจากช่วงโควิด-19 เรามีการใช้อุปกรณ์ป้องกันตัว รวมถึงมีขยะติดเชื้อค่อนข้างมาก และเพื่อป้องกันการติดเชื้อทีมเจ้าหน้าที่เราเราจึงเข้มงวดกับแม่บ้านหรือเจ้าหน้าที่ขนย้ายขยะติดเชื้อเป็นพิเศษ โดยจะต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันตนเองทุกครั้ง ประกอบด้วย สวมหมวก สวมผ้าปิดปาก ปิดจมูก สวมเอี๊ยมพลาสติกกันเปื้อน สวมถุงมือแม่บ้านยาวครึ่งแขน สวมรองเท้าบูทครึ่งน่องก่อนการทำงานอย่างเคร่งครัด”นพ.พรเทพ  ระบุ

"ขยะติดเชื้อ" อีกหนึ่งความใส่ใจไม่ใช่แค่ "ทิ้ง"

คัดแยกขยะ

จากความเห็นของบุคลากรทางการแพทย์เป็นไปในทางเดียวกัน คือ การแยกขยะให้ถูกวิธี จะช่วยให้การจัดการขยะรวดเร็ว และถูกต้องมากยิ่งขึ้น เพียงแค่เลือกถุงขยะที่บ่งบอกถึงขยะภายถุงนั้น เพื่อให้ผู้ที่นำขยะไปกำจัดต่อ จะดำเนินงานต่อได้อย่างถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสุขอนามัยที่ดีของชุมชน สังคม โดยรวม

โครงการ“ฮีโร่มาแล้ว” เป็นโครงการเพื่อสังคม มุ่งเป้าไปที่โรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น1.2ล้านใบได้แก่ถุงขยะดำ สำหรับขยะทั่วไป ถุงขยะแดง สำหรับขยะติดเชื้อ และถุงซิปเอนกประสงค์ ให้กับโรงพยาบาลที่ต้องการทั่วประเทศ รวมถึงส่งเสริมกระตุ้นให้คนไทยได้มีความรู้เรื่อง “ขยะ” การแยกขยะ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องพื้นฐานที่จะสร้างที่สุขภาวะที่ดี สิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น และสุขนิสัยที่ดีขึ้น

ข้อมูล: บริษัท คิงส์แพ็ค อินดัสเตรียล จำกัด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส่อง 10 เทรนด์ธุรกิจมาแรง หลัง"โควิด-19"

"กิมจิ"ประโยชน์ที่ไม่ธรรมดา  

"บอกลาฝ้า" ยากลดฝ้า สวยจริง ไม่สวยทิพย์ นักวิจัยแนะโภชนเภสัชช่วยได้

เปิด 6 วิธี แก้ปัญหาการ "นอนดึก" ตัวช่วยให้หลับสบายขึ้น

5 ประโยชน์เลี้ยงน้องแมว