
คันฉ่องและโคมฉาย-คนสำราญงานสำเร็จ (5)ถ้าไม่มีเราสักคนเขาก็อยู่ได้
อาตมภาพอ่านประวัติไอน์สไตน์และได้รับเชิญให้เขียนเรื่องในโอกาสครบ ๑๐๐ ปีทฤษฎีสัมพันธภาพ อาตมภาพก็เขียนไปว่าที่โลกยกย่องไอน์สไตน์ ไม่ใช่เป็นผู้ค้นพบทฤษฎีสัมพันธภาพ แต่เพราะไอน์สไตน์พูดไว้ประโยคหนึ่ง บอกว่า มนุษย์ไม่ใช่เจ้าของจักรวาล แต่มนุษย์คือส่วนหนึ่งขอ
ทัศนะของไอน์สไตน์ตรงนี้เปลี่ยนการพัฒนาโลกทั้งใบเลย แต่ก่อนเราเชื่อกันมาผิดๆ ว่า มนุษย์เกิดมาเพื่อช่วงใช้ ฉกชิง ทรัพยากรของโลก เราจึงสูบดิน สูบน้ำ มาจนถึงสงครามโลกมาตั้งสองสามครั้ง เกิดวิกฤติไปทุกหย่อมหญ้า น้ำมันไม่พอใช้ทุกวันนี้ นี่คือฐานคิดแบบโบราณที่ว่า มนุษย์เกิดมาเพื่อช่วงชิงฉกฉวยเอาจากโลก ไอน์สไตน์บอกว่าเราเกิดมาเพราะเราเป็นส่วนหนึ่งของโลก ทำให้เราเห็นว่า เราเป็นเพียงมนุษย์ตัวเล็กๆ เราเป็นแค่เศษส่วนหนึ่งของโลก แล้วเราก็จะตายจากไป
คิดอย่างนี้ปุ๊บ อหังการหรืออีโกมันจะลดลง แล้วเราก็อยู่กับคนได้ทั้งออฟฟิศ อยู่กับคนได้ทั้งโลก อยู่ที่ไหนก็อยู่ได้ อย่างพระพุทธเจ้าท่านยิ่งใหญ่มาก แต่เวลาไปที่ไหน ท่านไปเงียบๆ อยู่เงียบๆ ความสุขกับความเรียบง่ายมันเป็นพี่น้องกัน มันอยู่ด้วยกัน คุณโยมสังเกตดู ถ้าใครก็ตามมะรุมมะตุ้มเรามากเกินไป มันดูดีมาก แต่ความดูดีกับความมีความสุขมันไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
เราจะมีความสุขที่สุดต่อเมื่อทำอะไร อยู่กับเรียบๆ ง่ายๆ อย่างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ของเรา เสวยข้าวกล้อง โปรดการนั่งสมาธิ อยู่กับทองแดงแล้วมีความสุข เพราะฉะนั้นความสุขมาจากความเรียบง่าย
ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย ยิ่งสูงยิ่งกลับมาเรียบง่าย แต่วิธีคิดไม่เรียบง่าย หากวิถีชีวิตเรียบง่าย ถ้าเราเป็นผู้บริหารงานแล้วเข้าใจโลกว่า เราไม่ใช่ศูนย์กลางของโลก แต่เราเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้โลกหมุนได้ ตัวเราสามารถเป็นคนเล็กคนน้อยก็ได้ เล่นละครเมื่อไหร่ก็เล่นได้ จะไม่เล่นก็ได้ จะใช้คนก็ได้ จะให้คนใช้ก็ได้ แล้วก็เหนื่อยน้อยด้วย และก็สอดคล้องกับความเป็นจริงของโลกที่ว่า ในโลกนี้ไม่มีใครใหญ่ที่สุด คนที่คิดจะครองโลกตายหมด
อเล็กซานเดอร์ตายเมื่อตอนอายุ ๓๐ กว่าๆ เจงกิสข่านก็ตายเมื่อตอนอายุ ๔๐ กว่าๆ เอง นโปเลียนก็ตายเมื่อตอนอายุ ๔๐ กว่าๆ จิ๋นซีฮ่องเต้ก็ตายไม่ดี ไม่มีรุ่นที่สาม มุสโสลินีก็ตายไม่ดี ฮิตเลอร์ก็ตายไม่ดี
ใครก็ตามที่คิดว่าฉันคือศูนย์กลางของโลก สุดท้ายตายเพราะเหนื่อย ไม่ได้ตายเพราะโรค ดังนั้นผู้บริหารทั้งหลาย ถ้าจะอยู่ให้ถูก
๑.ต้องคิดว่าเราเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่เราอาจจะเป็นส่วนสำคัญที่สุดก็ได้ คิดอย่างนี้เพื่ออะไร เพื่อเราจะได้มองคนทั้งโลกจะได้เข้าใจว่า เมื่อไม่มีเราสักคนเขาก็อยู่ได้ ถ้าไม่คิดอย่างนี้เราจะเป็นคนแบกโลก ไปที่ไหนก็ตามเป็นผู้ที่ต้องรับภาระ แล้วแต่ละคนไม่มีใครอยากเกิดเป็นภาระให้คนอื่นรับภาระทั้งนั้น อาตมาถามลูกศิษย์ว่าเกิดเป็นอะไรสบายที่สุด ลูกศิษย์อาตมาตอบว่าเกิดเป็นภาระ คือทุกคนรับภาระทั้งนั้น ไม่มีใครปฏิเสธเลย นี่เป็นเคล็ดลับว่า อย่าแบกทั้งหมด แบ่งรับแบ่งสู้บ้างก็ได้
๒.ต้องคิดว่าทุกคนสำคัญที่สุด ข้อแรกทำให้เราไม่หลงตัวเอง แต่ข้อสองเห็นว่าทุกคนสำคัญที่สุดเหมือนนิ้วทั้งห้า ถ้าเราบอกว่านิ้วไหนสำคัญกว่านิ้วไหน แล้วตัดนิ้วที่เหลือทิ้งหมดไม่ได้ เพราะคงไม่มีใครอยากมีแฟนนิ้วด้วนนะ มันสำคัญทั้งหมด ขึ้นอยู่กับว่า เราเลือกใช้เป็นหรือเปล่าเท่านั้นเอง
ว.วชิรเมธี



