
ทีวีไทยแข่งเดือดผุดถึงพันช่องรัฐจี้วางเกณฑ์ทีวีดาวเทียม-ห่วงกระทบผู้บริโภค
รัฐเร่ง กทช. วางเกณฑ์ทีวีดาวเทียม ชี้ปัจจุบันเกิดใหม่กว่า 100 ช่อง ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง เอกชนมองได้เห็นทีวีถึง 1 พันช่องแน่นอน เตือนแข่งขันรุนแรง ผู้ผลิตต้องเน้นคุณภาพเพื่อไม่ให้กลายเป็นขยะ
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในงานสัมมนา "อนาคตสื่อวิทยุและโทรคมนาคม ใครจะอยู่...ใครจะไป? ภายใต้กฎหมายองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฉบับใหม่" จัดโดยสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสมาคมนักข่าวิทยุและโทรทัศน์ไทย ว่าหลังจากร่าง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ....(พ.ร.บ.กสทช.) มีผลบังคับใช้ จะกำหนดกระบวนการและระยะเวลาการสรรหา คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ภายใน 180 วัน หรือกลางปี 2554 จะเกิด กสทช. มาจัดสรรคลื่นความถี่
ส่วนกรณีที่ขณะนี้มีกรรมการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เหลือแค่ 3 คนนั้น ถือว่ายังมีบทบาทเต็มที่ในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ทั้งเรื่อง 3 จี ที่รัฐบาลเห็นชอบเต็มที่ให้เดินหน้าโครงการต่อ รวมทั้งการให้ใบอนุญาตชั่วคราวในกิจการที่ไม่ใช่คลื่นความถี่ ซึ่งขณะนี้ได้หลักเกณฑ์ร่างกิจการเคเบิลทีวีเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่มีการดำเนินการเรื่องหลักเกณฑ์กิจการโทรทัศน์ดาวเทียม จึงควรดำเนินการทันที เพราะปัจจุบันมีทีวีดาวเทียมเกิดใหม่กว่า 100 ช่อง ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง กระทบต่อผู้บริโภคอย่างมากในช่องที่มีการโฆษณาชวนเชื่อ
ด้านนายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการอำนวยการ บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือเอ็นบีซี กล่าวในหัวข้อ “อนาคตอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทยในยุคทีวี 1 พันช่อง” ว่าตั้งแต่เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์นี้ มีการประกาศตัวเปิดช่องทีวีดาวเทียมไปแล้ว 25 ช่อง จากเดิมที่สมาคมโทรทัศน์ดาวเทียม (ประเทศไทย) ประเมินว่าทั้งปี 2553 จะมีช่องทีวีดาวเทียมเปิดใหม่ 30-40 ช่อง แต่ถึงขณะนี้เชื่อว่าจะมีถึง 100 ช่อง
“อุตสาหกรรมทีวีไทยจะได้เห็นทีวี 1 พันช่องแน่นอน หากดูจากจำนวนผู้ประกอบการเคเบิลทีวีต่างจังหวัด 500 ราย หากทุกรายมีช่องรายการท้องถิ่นรายละ 1 ช่อง จะมีช่องรายการผ่านเคเบิลทีวี 500 ช่อง และยังมีอินเทอร์เน็ตทีวี อีกไม่ต่ำกว่า 40-50 ช่อง” นายอดิศักดิ์ กล่าว
นางจำนรรค์ ศิริตัน นายกสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ กล่าวว่าปัจจุบันมีขยายตัวของทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีจำนวนมาก เนื่องจากเป็นสื่อใหม่ที่เจาะกลุ่มผู้ชมเฉพาะ และมีกฎหมายรองรับ การแห่เข้าลงทุนจำนวนมากของผู้ประกอบการทำให้ธุรกิจดังกล่าวกำลังเข้าสู่สภาพการแข่งขันรุนแรง และหากไม่มีคอนเทนท์ที่ดีจะกลายเป็นช่องรายการ “ขยะ” ไม่มีคุณภาพ



